Site icon CMarketing

มาทำความรู้จักกับ WordPress คืออะไร ? ก่อนสร้างเว็บไซต์ “มือใหม่ควรรู้”

มาทำความรู้จักกับ WordPress คืออะไร ก่อนสร้างเว็บไซต์ “มือใหม่ควรรู้”

มาทำความรู้จักกับ WordPress คืออะไร ก่อนสร้างเว็บไซต์ “มือใหม่ควรรู้”

WordPress ( เวิร์ดเพรส ) คือ ตัวโปรแกรมที่เป็นส่วนในการจัดการเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ หรือ จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Content Management System (CMS) และ ข้อดีหลัก ๆ ของโปรแกรม CMS นั่นก็คือ การช่วยการจัดการรูปแบบหน้าเว็บเพจ โดยจะมีผู้เข้าใช้งานที่ไม่จำเป็นที่จะต้องการเขียนโค้ดเป็นเลยนั้นเองค่ะ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตรงที่ การสร้างเว็บไซต์ที่ทำการเขียนโค้ด Code ด้วยตตนเอง ซึ่งการที่จะเขียนโค้ดด้วยตัวเองนั้นคุณจะต้องมีความรู้เบื้องต้นของการเขียนโค้ด ต่าง ๆ อาทิเช่น CSS,PHP,HTML และ Java Script เป็นต้น ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นการสร้างรูปแบบหน้าเว็บเพจต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาจากโปรแกรม Adobe Dreamweaver และหลังจากนั้นคุณก็ทำการใส่เนื้อหาแล้วลิ้งค์หน้าต่าง ๆ เข้าไปด้วยจนเกิดเป็นเว็บไซต์ แล้วหลังจากนั้นค่อยทำการ อัพโหลดไฟล์ ลงไปในเว็บ Server หรือ เว็บ Hosting ที่ทางเราใช้บริการอยู่

เว็บ WordPress จะเป็นโปรแกรม CMS ที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนิยมนำมาใช้เป็นอันดับหนึ่ง ในการสร้างเว็บไซต์ ซึ่งจะเฉลี่ยได้ประมาณ 34% หรือ เปรียบได้เป็นสามแสนล้านกว่าเว็บไซต์บนโลก จะมีตั้งแต่เว็บ Blog เล็ก ๆ ไปถึงเว็บไซต์ขนาดใหญ่อย่างเช่น Walt Disney หรือ Bloomberg ซึ่งจะสร้างจากบนแพลตฟอร์มของ WordPress ทั้งหมด

การสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเองด้วย WordPress

การสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเองด้วย WordPress

การใช้ WordPress ในการสร้างเว็บไซต์ หรือ ร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ จะเปรียบเสมือนว่าคุณใช้ PowerPoint เข้าช่วยในการทำเว็บไซต์ โดยจะสร้างจาก WordPress ซึ่งจะช่วยจัดการในเรื่องของการเขียนโค้ด ที่เป็นตัวช่วยในการสร้างรูปแบบต่าง ๆ ที่หน้าเว็บเพจทั้งหมด โดนที่คุณทำการเลือกรูปแบบธีม “Theme” ต่าง ๆ ที่คุณต้องการ ซึ่งก็จะมีให้คุณเลือกมากมายจากใน WordPress หรือ คุณจะทำการดาวน์โหลดจากเว็บอื่น ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน และคุณก็สามารถปรับแต่งรายละเอียดรูปแบบธีมต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดการหน้าเว็บเพจของคุณได้แบบง่ายดายจาช่องเมนูต่าง ๆ ที่มีให้คุณเลือกอีกด้วย

คุณสามารถเข้าดูตัวอย่างได้ที่ Show Case เว็บไซต์ที่มีการสร้างจาก WordPress

นอกจากธีมแล้ว คุณก็ยังทำการติดตั้ง ปลั๊กอิน ( Plugins ) เพื่อช่วยในการเพิ่มฟังก์ชั่นในการเข้าใช้งาน รวมไปถึงลูกเล่นต่าง ๆ ให้กับเว็บไซต์ของคุณ ยกตัวอย่างเข่น ร้านค้าขายของออนไลน์ ในตะกร้าสินค้า กราฟฟิก แบบฟอร์มต่าง ๆ รวมไปถึง ระบบสมัครสมาชิก เป็นต้น ซึ่งจะมีการติดตั้ง หรือ ทำการลบออกนั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเช่นกัน โดยทำเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น !! เพราะมันจะคล้าย ๆ กับการติดตั้งโปรแกรมลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

การเขียน Post ขึ้นบน WordPress นั้นจะมีการออกแบบให้ผู้ที่เข้าใช้งานสามารถทำการ แก้ไข หรือ สร้าง เนื้อหาต่าง ๆ รวมถึงข้อความ รูปภาพต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และ รวดเร็ว โดยที่คุณนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งเขียนโค้ดใด ๆ เลยค่ะ เพราะมันจะเหมือนกับคุณทำการอยู่บนหน้าของ PowerPoint ที่จะมีเครื่องมือต่าง ๆ ให้คุณสามารถเข้าปรับเปลี่ยนรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การจัดรูปแบบหน้า การปรับเปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษร การใส่สีของพื้นหลัง และการใส่รูปภาพ เป็นต้น

WordPress มีข้อดีอย่างไร?

จุดเด่นของ WordPress นั้นก็คือ ความง่ายในการเข้าใช้งาน พร้อมทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่สูง สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างหลากหลาย เริ่มต้นตั้งแต่เว็บ Blog แบบธรรมดา ไปจนถึงร้านขายของออนไลน์ โดยจะมีการออกแบบที่ให้ผู้เข้าใช้งานนั้นสามารถทำการปรับแต่งหน้าเว็บเพจ ทำการจัดหน้าเว็บ หรือ จัดเนื้อหา โดยมีการใส่ลูกเล่น และ จัดการไฟล์ต่าง ๆ ผ่านทางเครื่องมือ เมนูต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนั้นเว็บไซต์ที่มีการสร้างขึ้นด้วย WordPress นั้นจะมีโครงสร้างคอนเทนต์ของทางเว็บไซต์นั้น ๆ ที่มีการออกแบบมาเพื่อรองรับการทำของ Search Engine Optimization (SEO) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ SEO คืออะไร ? ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องรู้ ที่นี่มีคำตอบ !!

ข้อดีของการสร้างเว็บไซต์จาก WordPress

การสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress นั้นมีการรองรับการทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถแสดงผล อุปกรณ์ที่มีขนาดหน้าจอที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งก็จะมีตั้งแต่ Mobile PC และ Tablet หรือ จะเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Responsive Design ซึ่งจะเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน เพราะมีผู้เข้าใช้งานและสามารถเลือกเข้าเว็บไซต์ของคุณได้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนในปี 2018 ทาง Google นั้นได้ทำการให้น้ำหนักของการจัดอันดับเว็บไซต์ขึ้นมา โดนจะมีการเน้นเว็บไซต์ที่มีการรองรับการแสดงผลผ่านทางมือถือ “Mobile – First Indexing ) ร่วมด้วย

WordPress.org กับ WordPress.com

WordPress.org กับ WordPress.com

ไม่ว่าจะเป็น WordPress.org หรือ WordPress.com ก็ต้องใช้ แพลตฟอร์มของ WordPress ด้วยกันทั้งคู่ แต่ส่วนที่สำคัญนั้นจะมีความแตกต่างกันนั้นก็คือ เรื่องของความสามารถในการติดตั้งปลั๊กอินขึ้นมา และ มีการปรับแต่งแก้ไข Code ต่าง ๆ อีกด้วย

แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ถ้ามันเป็นการใช้ โฮลติ้งที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ WordPress เอง ก็จะมีข้อจำกัด ต่าง ๆ ซึ่งนั้นก็คือ คุณจะไม่สามารถทำการสร้าง ธีมต่าง ๆ หรือ ติดตั้งปลั๊กอินต่าง ๆเพิ่มเติมได้ แต่ต้องใช้เท่าที่ทาง WordPress.com มีมาเท่านั้น รวมถึงคุณจะไม่มีสิทธิ์แกไขโค้ดในไฟล์ต่าง ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ Self-Hosted WordPress  ที่คุณจะต้อลทำการติดตั้ง WordPress และ ทำการตั้งค่าง เซิร์ฟเวอร์ต่างๆเองนั้น อาจจะฟังดูแล้วง่ายใช่ไหมละคะ แต่คุณนั้นสามารถหาผู้เข้าใช้บริการของเว็บ โฮลติ้งที่มีโฮลติ้งแพคเกจสำหรับการทำ WordPress เฉพาะตัว “WordPress Managed Hosting” ก็จะเป็นสเป็คของทาง เซิร์ฟเวอร์ ที่ใช้ในการปรับแต่งเพื่อเป็นการรองรับการเข้าใช้งานของ WordPress รวมทั้งมีเครื่องมือที่คอยช่วยเหลือคุณในส่วนของการติดตั้ง WordPress ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ไม่กี่คลิกอีกด้วยค่ะ

WordPress.org และ WordPress.com

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง WordPress.org และ WordPress.com

ข้อดีของ WordPress.com

ข้อเสียของ WordPress.com

ข้อดีของ WordPress.org

ข้อเสียของ WordPress.org

WordPress ภาษาไทย

ในส่วนของการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress นั้นจะมีตัวของ WordPress เองที่มีการรองรับการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาแบบหลายภาษา รวมไปถึงภาษาไทยที่มีอยู่แล้ว โดยที่คุณนั้นจะไม่ต้องทำการตั้งค่าใด ๆ เพิ่มเติม แต่ถ้าหากใครเคยใช้หรือคุ้นเคยดีอยู่แล้ว กับเมนูภาษาไทย คุณก็สามารถตั้งในเมนูต่าง ๆ ใน WordPress ให้เป็นภาษาไทยได้เช่นกันค่ะ

ปลั๊กอิน WooCommerce

สร้างร้านขายของผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยตัวช่วยที่เป็นปลั๊กอิน WooCommerce

WordPress นอกจากจะช่วยในการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วนั้น ยังมีปลั๊กอินของ WooCommerce ที่ยังเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถสร้างร้านขายของออนไลน์ได้แบบง่ายดาย โดยที่คุณนั้นจะทำการดาวน์โหลดปลั๊กอิน และ ทำการติดตั้งได้แบบฟรี ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็จะมีฟีเจอร์ในบางส่วนที่จะใช้ได้ในเฉพาะของ เวอร์ชั่นที่ชำระเงินเท่านั้น!! ยกตัวอย่างเช่น เป็นระบบแบบสมาชิกรายเดือน “Subscriptions” หรือ มีการจองคิวผ่านช่องทางเว็บไซต? “Bookings” นั้นเองค่ะ

สำหรับช่วยเราสร้างร้านขายของออนไลน์ได้อย่างง่ายๆอีกด้วย โดยเราสามารถดาวน์โหลดปลั๊กอิน และติดตั้งได้ฟรี อย่างไรก็ตามจะมีฟีเจอร์บางส่วนที่ใช้ได้เฉพาะในเวอร์ชันเสียเงินเท่านั้น เช่น ระบบสมาชิกรายเดือน (Subscriptions) หรือการนัดหมายจองคิวผ่านเว็บไซต์ (Bookings) เป็นต้น

บทความแนะนำ: การสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์ยังไงให้ปังด้วยการใช้ WordPress

Exit mobile version