E-commerce คืออะไร หากใครยังไม่รู้หรือไม่เข้าใจที่นี่มีคำตอบ!!

E-commerce คืออะไร ? หากใครยังไม่รู้หรือไม่เข้าใจที่นี่มีคำตอบ!!

E-commerce เป็นเว็บไซต์ขายของที่ช่วยในเรื่องเพิ่มยอดขาย ซึ่งในปัจจุบัน 2021 นี้มีการทำการค้าขายมากมายบนโลกออนไลน์ในทุก ๆ วัน และ E-commerce เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในยุคช่วงเวลาของการขายของร่วมด้วย และวันนี้เราจะมามาบอกข้อดี และ ข้อเสียของมันเพื่อให้กับคนที่กำลังเริ่มทำ E-commerce เพื่อเป็นการวิเคราะห์อย่างคุ้มค่า แต่ในยุคปัจจุบันเราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใน

ปัจจุบัน 2021 บนโลกออนไลน์ซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตของคนอย่างเรา ๆ อย่างมาก ในการทำธุรกิจนั้นก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค จึงมีร้านค้าที่ก้าวเข้ามาสู่โลก E-commerce “อีคอมเมิร์ซ” กันอย่างแพร่หลายมากกขึ้น และการศึกษาและการเรียนรู้การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ และ กลยุทธ์การตลาดในการโปรโมทสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องสำคัญ

E-Commerce คืออะไร ?
E-Commerce คืออะไร ?

E-Commerce คืออะไร ?

E-Commerce ย่อมาจากคำว่า Electronic Commerce ซึ่งแปลเป็นภาษไทยได้ว่า การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นั่นหมายถึงการขายของผ่านทางสินค้า โฆษณา เว็บไซต์ และ E-Commerce จึงจำเป็นต่อบริษัท หรือ สินค้าที่ต้องการขายของบนโลกออนไลน์ ดังนั้นแล้ว การทำธุรกิจแบบ E-Commerce สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างกว้างขวางและช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในเรื่องของการดำเนินการได้อย่างดีเยี่ยม

ทำไมจึงควรทำ E-Commerce ขึ้นมา ?
ทำไมจึงควรทำ E-Commerce ขึ้นมา ?

ทำไมจึงควรทำ E-Commerce ขึ้นมา ?

ในปัจจุบัน 2021 นี้มีผู้คนที่สามารถเข้าถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ง และการเข้าใช้งานผ่านทางอินเตอร์เน็ตถือได้ว่าเป็นกิจกรรมหลักในชีวิตประจำวันของผู้คนโดยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นผ่านทางโลกโซเชียลมีเดีย เช็คอีเมล ค้นหาข้อมูล ฟังเพลงออนไลน์ หรือ ดูหนังออนไลน์ เป็นต้น จึงทำให้ธุรกิจหันมาทำ E-Commerce กันมากขึ้นนั้นเอง เพื่อเป็นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า อีกทั้งธุรกิจ E-Commerce ยังมีข้อดีและประโยชน์ของ E-Commerce มีอะไรกันบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ

  • ไม่ต้องใช้พนักงานขาย  ก็สามารถแส้งข้อมูลต่าง ๆ พร้อมทั้งระบบที่สามารถทำการซื้อขายได้แบบอัตโนมัติ หรือ สามารถติดต่อทางร้านผ่านทางอินเตอร์ได้ ทำให้การเปิดขายซื้อสินค้านั้นรองรับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน คุณสามารถโชว์ตัวอย่างสินค้าที่เป็นรูป หรือ วีดีโอบนเว็บไซต์ หรือ ผ่านทางโซเชียลมีเดียได้
  • เพิ่มโอกาสในการขาย ร้านค้าของคุณมีโอกาสเข้าถึงได้ทุกคนที่มีอินเตอร์ จึงทำให้คุณสามารถมีลูกค้าได้จากทั้งประเทศ และ นอกประเทศทั่วโลก หมดปัญหาเรื่องการเดินทางไปเลยค่ะ
  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารการจัดการ จึงสามารถนำเงินไปลงทุนในด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้นได้ อาทิเช่น การขยายธุรกิจ การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

การทำการตลาดที่แม่นยำจะช่วยวัดผลได้ และยังสามารถใช้เว็บไซต์ในเรื่องของการขายสินค้า และ โซเชียลมีเดียเก็บข้อมูลลูกค้า รวมไปถึงผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อนำไปใช้ในการทำการตลาดออนไลน์ได้ตรงตามเป้าหมาย อีกทั้งยังมีระบบที่ช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพได้อีกด้วย ซึ่งอาจจะต่างจาการลงโฆษณา สื่อออฟไลน์ อาทิเช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ เป็นต้น

เว็บไซต์ E-Commerce ที่ดีควรยังไง ?
เว็บไซต์ E-Commerce ที่ดีควรยังไง ?

เว็บไซต์ E-Commerce ที่ดีควรยังไง ?

หน้าเว็บไซต์ต้องเป็นระเบียบ  นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว เว็บไซต์จะต้องใช้งานง่าย และต้องมีการแบ่งหมวดหมู่สินค้าอย่างเป็นระบบ โดยไม่มีรูปแบบที่ซับซ้อน เพราะระบบเว็บไซต์ หรือ ระบบหลังร้านต้องจัดการและควบคุมได้ง่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขาย และต้องมีรายละเอียดของสินค้าที่ครบถ้วนและชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ราคา หรือ ข้อความอธิบาย และนอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มส่วนต่าง ๆในเรื่องของการรีวิวจากลูกค้าก็จะช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจในการซื้อของลูกค้าได้เข่นกัน

สถานะสินค้าต้องแสดงแบบ Real Time  นั่นหมายถึง ถ้าหากสินค้าหมด หรือ สินค้าเหลือจำนวนน้อย ต้องขึ้นแสดงให้ลูกค้าเห็น เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจในการซื้อ และมีขั้นตอนในการสั่งซื้อที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก เพราะมีการระบุแบบชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป อำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อด้วยระบบการสังซื้อใส่ตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) ที่จะเป็นตัวช่วยในเรื่องของการจดจำข้อมูล และ จำนวนสินค้าของลูกค้าเอาไว้ ซึ่งมันจะช่วยในเรื่องของการสรุปรายการ การสั่งซื้อให้แก่ลูกค้าได้นั่นเอง อาทิเช่น ค่าจัดส่ง และ ราคาสินค้าที่ต้องการทั้งหมด เป็นต้น

ส่วนในเรื่องการชำระเงินต้องมีความปลอดภัยแบบ 100% และควรมีช่องทางให้ลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินได้ ยกตัวอย่างเช่น ชำระผ่านทางโอนผ่านธนาคาร หรือ ชำระผ่านทางบัตรเครดิต เป็นต้น เท่านั้นยังไม่พอ ต้องมีระบการติดตามในเรื่องของการจัดส่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า เว็บไซต์ต้องมีการรองรับการทำ SEO (Search Engine Optimization ) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ค้นเจอเว็บไซต์ แลพเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น นอกจากการมีเว็บไซต์ ( เว็บไซต์  ) E- Commerce ที่ดีแล้ว การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในการโปรโมทสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าหากไม่มีใครรู้จักเลยและไม่มีคนเข้ามาชมเว็บไซต์สินค้าเลย การขายสินค้านั้นก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ สำหรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทำแล้วได้ผลแถมยังช่วยเพิ่มยอดขายได้มีดังนี้

  •  SEO (Search Engine Optimization)

เป็นการใช้ประโยชน์จาก Search Engine อย่าง Google เนื่องจากว่าในปัจจุบันที่คนนิยมค้นหาข้อมูลผ่านทาง Search Engine  กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการทำ SEO นั้นก็คือ การทำให้เว็บไซต์ของคุณติดเป็นอันดับแรก ๆ บน Search Engine เพื่อให้มีคนสนใจและคลิกเข้ามาดูข้อมูลภายในเว็บไซต์ของคุณ ช่วยให้สินค้าและบริการของคุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมทั้งยังเพิ่มการรับรู้ และ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับทางเว็บไซต์ได้อีกด้วย SEO คือ อ่านต่อ…

  • Content Marketing

เป็นการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า และ เป็นประโยชน์และอาศัยช่องทาง โซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อทำการดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้กลายมาเป็นลูกค้าของคุณ โดยคอนเทนต์จะมีหลากหลายรูแบบมาก ยกตัวอย่างเข่น คลิปวิดีโอ อินโฟกราฟิก บทความ และ รายการวิทยุ หรือ Podcas เป็นต้น ซึ่งคอนเทนต์ต่าง ๆ นั้นจะต้องมีความน่าดึงดูดการเข้ารับชมรับฟัง เพื่อสร้างการประทับใจในตัวสินค้าหรือบริการ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจ E-Commerce นั้นมีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน

โดยมีสิ่งสำคัญอยู่ที่เว็บไซต์ที่ขายสินค้าที่สามารถอำนวยความสะดวกทั้งแก่เจ้าของธุรกิจและลูกค้าหลาย ๆ อาจจะยังสงสัยอยู่ว่า สามารถใช้โซเชียลมีเดียที่เปิดใช้งานได้ฟรีอย่าง Instagram หรือ Facebook  ขายสินค้าแทนเว็บไซต์ได้หรือไม่ เพราะบางธุรกิจหรือผู้ที่ยังไม่มีทุนทรัพย์ที่ยังไม่พร้อม สามารถเริ่มต้นจากการใช้โซเชียลมีเดียก็ได้ แต่เนื่องจากการเข้าใช้บริการผ่านทางโซเชียลมีเดียนั้น ก็มีข้อจำกัดในหลาย ๆ ด้าน เพราะการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองจะดีกว่าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี