Posts

ทำไมถึงต้องทำ SEO แล้ว SEO มีความสำคัญอย่างไร ?

SEO หรือชื่อเต็มของมันก็คือ Search engine optimization อ่านต่อที่ SEO คืออะไร ? ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่พยามช่วยในเรื่องของการเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณ จากช่องทาง Search Enigne ต่าง ๆ พร้อมทั้งวิธีการต่าง ๆ เพราะตามปกติแล้วเว็บไซต์ที่มีการปรากฏขึ้นมาอยู่ใน Search Enigne ที่เป็นอันดับแรก ๆ จะถูกมองว่าเว็บไซต์นั้นมีความน่าเชื่อถืออย่างมาก และมีการคลิกเข้ามาบ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ช่วงล่าง ๆ หรือ อยู่หน้าถัดไป เพราะโดยปกติแล้วเป้าหมายของการทำ SEO นั้นจะอยู่ได้หลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็น การค้นหาของวีดีโอ หรือ การค้นหารูปภาพ แต่สิ่งที่คนเราส่วนมากจะนำใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมากที่สุดเลยนั่นก็คือ Web Search นั่นเองค่ะ หรือ เราจะพูดง่าย ๆ นั่นก็คือ SEO ก็คือการทำสงครามศึกระหว่าง WebMaster ทั้งหลาย เพื่อเป็นการชิงตำแหน่งที่สูง ของผลลัพธ์จากการค้นหาของ Search Engine และชื่อต่าง ๆ นั้นก็จะมี Keyword เป็น อาวุธนั่นเองค่ะ

การที่จะทำให้เว็บไซต์ของเจ้าของธุรกิจ หรือ ธุรกิจของคุณเจริญเติบโต จะต้องมีการทำ SEO เพิ่มด้วย        

ในการสร้างเว็บไซต์ หรือ ทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อให้คนเข้ามาเยี่ยมชม หรือ เกิดความสนใจของธุรกิจที่คุณกำลังทำอยู่นั้น จะต้องมีการทำ SEO เพิ่มด้วยค่ะ ซึ่งการทำ SEO นั้นจะเป็นการเพิ่มให้มีการโฆษณาของการขายสินค้าของคุณให้มีความเจริญเติบโตของธุรกิจ จะต้องมีการทำ SEO เพื่อให้การโฆษณาในการขายสินค้าแบรนด์คุณ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และในส่วนจากการค้นหาของ Search Engine นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยนะคะ เพราะคุณจะต้องอาศัยความพยามอย่างมาก ซึ่งจะมีข้อหลักการทั่ว ต่าง ๆ ซึ่งมีดังนี้

การเลือกชื่อโดเมน “Domain Name”
การเลือกชื่อโดเมน “Domain Name”
  • การเลือกชื่อโดเมน “Domain Name”

ต้องเลือกชื่อที่มีความเกี่ยวช้องกับเนื้อหาของทางเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น : เว็บไซต์ที่มีการเลือก “Domain Name” ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหานั้นก็คือ https://conditmarketing.com/ ซึ่งตัวเว็บไซต์ก็จะมีเนื้อหาที่มีความสดอดคล้องเกี่ยวกับ Digital Marketing ทำการตลาดออนไลน์ นั่นเองค่ะ

มีการอัพเดทเนื้อหาอยู่บ่อย ๆ
ทำไมถึงต้องทำ SEO แล้ว SEO มีความสำคัญอย่างไร ? 6
  • มีการอัพเดทเนื้อหาอยู่บ่อย ๆ

ในการอัพเดทเว็บไซต์ให้ทันต่อยุคต่อสมัย ยกตัวอย่างเข่น ในปัจจุบัน 2021 นี้ ก็จะมีการทำให้ตัวเว็บไซต์นั้นมีการรองรับแบบโมบาย ซึ่งจะทำให้ Search Engine ได้รับข้อมูลใหม่ ๆ ของทางเว็บไซต์อยู่บ่อย ๆ เพราะโดยปกติแล้ว Search Engine จะชื่นชอบเว็บไซต์ที่มีการเพิ่มเนื้อหาเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

Backlink
Backlink
  • หาลิงค์จากเว็บไซต์ที่อยู่ภายนอก

การที่มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันนั้น ย้ำเลยค่ะว่าเนื้อหานั้นจะต้องมีความสอดคล้องและต้องมีความเกี่ยวข้องกัน มิฉะนั้น Search Engine จะมองว่าเว็บไซต์ ที่คุณลิ้งค์เข้าไปนั้นไม่ได้คุณภาพ หรือ ไม่มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับเนื้อหา แต่ในเว็บไซต์ที่มันมี indexed อยู่นั้น สิ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีค่าลดลงในสายตาของ Search Engine อ่านต่อ Backlink คืออะไร? และมีความสำคัญต่อ SEO อย่างไร ? มีคำตอบให้

  • ห้ามมีแค่เนื้อหา

ถ้าหากคุณมีเวลามากพอ คุณสามารถทำการอัพโหลดรูปภาพประกอบเนื้อหาเข้าไปในเว็บของคุณ ซึ่งจะดีอย่างยิ่ง เพราะผู้คนที่เข้ามาชมในเว็บไซต์โดยส่วนใหญ่แล้ว จะเห็นตัวหนังสือเยอะมาก ๆ ก็จะเริ่มมีอาการเอียน ซึ่งจะต้องมีรูปภาพเข้ามาเสริมประปราย คนอ่านจะได้มีการพักสายตากันบ้างนั้นเองค่ะ แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณนั้นมีโอกาสไปปรากฏขึ้นในการค้นหารูปภาพของ Search Engine อีกด้วย คุณก็จะได้รับทั้งสองเด้งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการอัพโหลดไฟล์ วีดีโอ ก็จะยิ่งดี ถ้าหากมีการทำครบก็จะดีอย่างยิ่งเลยค่ะ

ออกแบบเว็บไซต์
ออกแบบเว็บไซต์
  • มีการออกแบบเว็บไซต์ให้มีการเข้าใช้งานง่ายพร้อมทั้งมีความดูดี

ในส่วนของเรื่องนี้การออกแบบเว็บไซต์จะเป็นสี่งที่จำเป็นอีกหนึ่งเรื่องเลยค่ะ คุณลองเข้าไปดูเว็บไซต์ตัวนี้ Wikipedia ดูนะคะว่าเค้าไม่ได้มีการออกแบบที่มากมายแต่อย่างใด เพียงแค่ใช้สีแค่ไม่กี่สี มีรูปแค่ไม่กี่รูป แต่กลับมีความน่าอ่าน คนที่เข้ามาใช้ก็อยากจะใช้อีก แต่มีคงามแตกต่างจากบางเว็บไซต์ ที่มีการใช้สีที่เยอะ รูปเยอะมาก พร้อมทั้งมีการเปลี่ยนรูปตัวชี้เมาส์คุณอีกต่างหาก ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้จะไม่ค่อยมีคนกลับเข้ามาใช้อีกเพราะมันมีความลำบากในการใช้นั้นเอง

บทความแนะนำ: คู่มือการทำ SEO สำหรับมือใหม่ ฉบับล่าสุดในปี 2021

คู่มือการทำ SEO สำหรับมือใหม่ ฉบับล่าสุดในปี 2021

ในการทำ SEO นั้นก็คือ การทำให้เว็บของตนเองให้ติดในหน้าแรก ๆ ของ Google เพื่อเวลาค้นหาบน Google ในตัว คีย์เวิร์ดที่ต้องการ ด้วยวิธีที่มีความถูกต้อง ซึ่งคำนี้ก็จะมีตัวย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Search engine optimization

แนะนำการทำทุกอย่างเพื่อทำให้เว็บของคุณติดหน้าแรก Google

ในบทความนี้ เราก็จะมาพูดถึงวิธีการทำ SEO รวมถึงเทคนิค การทำต่าง ๆ เท่าที่เราเคยทำนะคะ แต่ส่วนมากเราเน้นในเรื่องของการสอนทำ SEO เป็นส่วนใหญ่ เฉพาะเว็บไซต์ที่มีการทำด้วย WordPress เท่านั้นค่ะ ซึ่งวิธีการทำ SEO แบบนี้จะเหมาะกับ นักธุรกิจมือใหม่อย่างมากที่มีการเริ่มต้นการทำ SEO จะผิดหรือถูกก็จะมีการพิจารณาด้วยตนเอง หรือเรามีบริการรับทำ SEO และวันนี้เราก็ได้ข้อมูล พร้อมทั้งประสบการณ์ส่วนตัว จะมีอะไรบ้างไปอ่านต่อกันเลยค่ะ

ขั้นตอนสอนการทำ SEO
ขั้นตอนสอนการทำ SEO

ขั้นตอนสอนการทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

  • ทุกคนจะต้องทราบมาก่อนแล้วค่ะว่า อะไรคือแก่ของ Facebook และ Google

หัวใจทั้งสองของ Platform

  • Facebook ก็จะมี Story , Connecting , Meaningful
  • Google ก็จะมี Information , Accessible , Useful
Google facebook
Google facebook

เราจะเข้าใช้งานเว็บ Google เพื่ออะไร ? แล้วเราเข้าเล่น facebook ต้องการอะไร?

เราเข้าใช้งาน Google เพื่อเป็นการหาคำตอบ แต่ถ้าหากเราเข้าเล่น facebook นั้นเพื่อเป็นการเพื่อความสนุก และ เพื่อเป็นการอวดในเรื่องของบางสิ่งบางอย่างให้คนอื่น ๆ ได้ทราบกัน ซึ่งมันจริงใข่ไหมคะ

Google คืออะไร
Google คืออะไร

Google คืออะไร

Google คือ Search engine เป็นตัวแก่นที่มีการแสดงข้อมูล “information” เพื่อให้ตรงกับสิ่งที่ผู้คนทำการค้นหา และนั่นก็หมายถึง หากคุณจะต้องการให้เว็บไซต์ของคุณมีการติดอันดับอยู่ที่หน้าแรก ๆ นั้นคุณจะต้องมีการสร้างเนื้อหาขึ้นมาให้กับ google ชอบ ซึ่งนั่นก็คือ เป็นข้อมูล (information) ที่มีคำตอบต่อคนที่กำลังต้องการอยากรู้ และ ข้อมูลเหล่านั่น ก็จะต้องเป็นข้อมูลที่มีความเรียบง่าย อ่านแล้วจะต้องมีความเข้าใจ และข้อสุดท้ายนี้ข้อมูลของคุณนั้นจะต้องมีประโยชน์อย่างมาก ซึ่งนั่นก็คือ การช่วยแก้ไขปัญหา หรือ การให้คำตอบสำหรับคนที่กำลังต้องการสิ่งนั้น ๆ

ซึ่งมันหมายถึง หากคุณจะทำการเขียนบทความใด ๆ ก็ตามลงไปในเว็บไซต์ มิใช่ว่าคุณนั้นอยากจะนึกเขียนอะไรขึ้นมาก็ได้ แต่คุณควรมีการเขียนแบบสิ่งที่เป็นข้อมูล และ มีคนอยากจะคลิกเข้ามาอ่านแบบจริง ๆ เท่านั้น ถ้าหากว่าคุณนึกอยากจะเขียนอะไรตามใจตนเองไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มีการส่งผลให้ในเรื่องของการติดอันดับที่หน้าแรกของ เว็บคุณเลย คุณก็จะเสียเวลาไปแบบเปล่า ๆ ในการเขียนบทความ เพราะฉะนั้น การเขียนบทความตามใจตัวเอง โดยไม่มีการสนใจเลยว่า จะมีคนอยากรู้หรือไม่นั้น คุณก็จะเสียเวลาไปเปล่า ๆ และไม่มีผลต่อการติดแต่อย่างใด

คุณจะต้องทราบก่อนค่ะว่า Google นั้นมีเกณฑ์อะไรบ้าง ในการจัดลำดับเว็บไซต์ เนื่องจากเว็บไซต์ทั้งโลกนั้นมีเป็นล้าน เป็นแสน เว็บหากทาง Google ไม่มีการสร้างเงื่อนไขใด ๆ ขึ้นมาเลย ในเรื่องของการจัดอันดับเว็บเพื่อให้ติดที่หน้าแรกไว้ แต่เมื่อมีคนที่กำลังทำการค้นหาคำตอบด้วยตัว keyword เขาอาจจะไม่ได้รับคำตอบตามที่ต้องการ พวกเขาก็จะเลิกใช้งาน google ทันทีทันใด ซึ่งนั้นจะหมายถึง Google จะต้องมีการใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์เว็บไซต์ทั่วทั้งโลก และจะมีการดึงเฉพาะเว็บไซต์ที่มีข้อมูลที่ดีที่สุดเข้ามาแสดง เท่านั้น !!

เพื่อให้คำตอบต่อผู้ที่อยากจะได้รับข้อมูลสิ่งเหล่านั้น และทำให้ผู้คนทั้งโลกอยากใช้ google เพื่อเป็นตัวช่วยในการค้นหาเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุด แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะเรียกได้เลยค่ะว่า คุณนั้นสามารถทำให้ผู้คนเข้ามาใช้งาน google และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันนั้นเองค่ะ

หากอยากมีการทำให้ลำดับของตนเองติดหน้าแรก ๆ Google คุณจะต้องทำเว็บไซต์ของคุณนั้นให้ผ่านเกณฑ์ที่ Google กำหนดให้ได้เท่านั้นเองค่ะ

ต่อมาเรามาดูกันต่อเลยนะคะว่า เกณฑ์ต่าง ๆ ที่ทางเว็บไซต์ google นั้นได้มีการวางเอาไว้นั้นมีอะไรบ้าง?

Mobile Friendly
Mobile Friendly

หลักเกณฑ์ข้อที่ 1 Mobile Friendly

จะเป็นหลักเกณฑ์ที่ใหญ่สุด ในการเข้าเว็บไซต์หน้าใหม่ ๆ ตามที่คุณต้องการติดลำดับหน้าแรกและนั่นก็คือ จะต้องเป็นเว็บที่เป็น Mobile Friendly เท่านั้น  เพราะว่าตัวเว็บนั้นจะต้องมีการแสดงผลต่าง ๆ ได้ในทุก ๆ อุปกรณ์ เท่านั้นผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น แต่เว็บอื่น ๆ นั้นก็จะมีอันดับที่ติดหน้าแรกอยู่แล้ว หากไม่มีการพัฒนา หรือ ปรับตัว ก็อาจจะมีคู่แข่งที่มีการนำเสนอข้อมูล หรือ มีคำตอบที่มีผลใกล้เคียงกันกับเว็บที่ไม่ได้เป็น Mobile Friendly ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกปรับอันดับลดลงมาก แล้วมีการแทนที่ด้วยเว็บหน้าใหม่ ๆ ที่มีการแส้งผลได้ดีผ่านทางมือถือ เพราะถ้าหากคุณไม่มีการปรับตัวใด ๆ หรือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันต่อโลก ในไม่ช้าโลกก็จะมีการบังคับให้คุณทำการเปลี่ยนบัญชีอยู่ดีค่ะ

เขียนบทความให้มีคุณภาพ
เขียนบทความให้มีคุณภาพ

หลักเกณฑ์ที่ 2 ต้องเขียนบทความให้มีคุณภาพ

อะไรคือบทความที่มีคุณภาพในความหมายของ Google ซึ่งจะเป็นสิ่งที่คุณจะต้องค้นหาคำตอบให้ได้ แต่ในมุมมองความเป็นจริงนั้น คุณไม่ต้องคิดอะไรให้เยอะแยะมากมาย เพราะมันมีเงื่อนไขในการเรียบเรียงบทความ หรือ มีการเขียนหนังสือนั้นเองค่ะ หากคุณมีการสังเกตแบบดี ๆ บางเว็บที่เขาติดอันดับหน้าแรก ผู้ที่ทำกรสร้างเว็บด้วยตนเองอาจจะไม่รู้วิธีการทำ SEO อะไรมากมาย แต่สิ่งที่พวกคุณจะต้องมีเลยนั้นก็คือ จะต้องรู้วิธีการเขียนหนังสือ เพื่อให้มีความน่าสนใจ ได้ประโยชน์จากการอ่าน และจะต้องมีคำที่อ่านง่าย

เพื่อให้บทความของคุณนั้นมีคุณภาพ เพราะในความหมายของทาง google นั้นจะเป็นรูปธรรมที่มากขึ้น ซึ่งคุณอาจจะต้องงมีเครื่องมือเป็นตัวช่วยในการเช็คสักนิดนึง เพราะเครื่องมือที่จะใช้ในการเช็คลิสต์บทความของคุณคุณมีคุณภาพหรือไม่ หากคุณจะใช้ปลั๊กอินที่มีชื่อเรียกว่า Yoast Seo ซึ่งตัวปลั๊กอินตัวนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรก แต่มันอาจจะช่วยในเรื่องของการ เช็คลิสต์โครงสร้างเนื้อหาหน้าเว็บของคุณให้ดีพอ และจะต้องดีในรูปแบบที่ google จะต้องชอบด้วยนั้นเองค่ะ

สรุปคือเมื่อคุณมีการใช้ปลั๊กอินตัวนี้เข้ามาช่วยในเรื่องของการตรวจเช็คบทความแล้ว เขาจะมีสัญญาณไฟเพื่อแจ้งให้คุณได้รับรู้เลยค่ะ ว่า แบบสัญญาณไฟจราจร นั่นก็คือการที่ทำให้บทความของคุณนั้นมีไฟเขียวติดนั่นเองค่ะ

เว็บไซต์
เว็บไซต์

หลักเกณฑ์ที่ 3 ที่ใช้บนเว็บไซต์

คุณจะต้องทำให้คนที่เข้ามาอยู่ในเว็บไซต์ของคุณนั้นให้นานมากที่สุด สมมุตินะคะว่าเว็บที่มีข้อมูลใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเว็บเที่มีความสามารถทำให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้นอยู่ได้นานมากกว่า ก็จะได้รับคะแนนมากกว่า ซึ่งนั้นจะหมายความว่า เว็บที่มีข้อมูลใกล้เคียงกันคุณตองการให้ผู้ที่เข้ามาอยู่บนหน้าเว็บไซต์คุณได้นาน ๆ ในเนื้อหาบทความของคุณจะต้องมีประโยชน์ และจะต้องมีความยาวแบบพอสมควรโดย trick เล็กน้อย และวันนี้เราก็อยากจะมาแนะนำหากต้องการทำให้คนเปิดหน้าคุณได้นาน ๆ เลยนั่นก็คือ เขียนบทความประเภท how to แบบเป็นขั้นตอน

หรือจะเรียกอีกอย่างว่า Evergreen content พอคุณทำการเขียนในเนื้อเรื่องแบบนี้แล้ว คุณก็จะทำให้คนนั้นสามารถเข้าทำได้แบบเป็น และก็จะทำให้ไปเปิดหน้าเว็บเราค้างเอาไว้ และหากทำตามสิ่งเราได้นำมาแนะนำแบบเรื่อย ๆ ถ้าคุณมีความสามารถทำแบบนี้ได้ รับรองเลยค่ะว่า Google ก็จะมองว่าเว็บของคุณนั้นมีเนื้อหาที่มีคุณภาพ และทาง Google ก็จะพาไปอันดับเว็บไซต์ที่คุณนั้นสามารถไต่ปอันดับสูง ๆ ได้

จำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์
จำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์

หลักเกณฑ์ที่ 4 จำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ

หากมีเว็บที่ทำ keyword แบบเดียวกันกับคุณ หรือ ทำทุกอย่างโดยผ่านเกณฑ์ที่เหมือน ๆ กัน ทาง Google เขาจะใช้เกณฑ์สถิติจำนวนผู้ที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณจะเป็นเกณฑ์ในการการจัดอันดับ ให้ดูว่าเว็บไซต์ไหนควรอยู่อันดับเป็นต้น ๆ หรือ จะต่ำกว่ากัน แต่ในมุมมองความคิดเห็นส่วนตัวของเราเลยนั้นก็คือ เราเชื่อเสมอค่ะว่า Google นั้นจะเน้นในเรื่องของคุณภาพมากกว่า การเน้นเรื่องปริมาณ ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณสามารถนำพาคนเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณได้ แต่มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยค่ะ ถ้าหากคนรที่เข้ามายังเว็บไซต์ แล้วไม่มีการหยุดอ่าน หรือ เสพบทความของคุณเลย นั้นก็คือการเข้ามาแล้วก็ทำการอ่าน ๆ และก็ปิด เพราะนั้นเราจะต้องมีการสร้าง Traffic เพื่อนำคนเข้ามาในเว็บแบบเว็บที่ดัง ๆ ไม่ได้ แต่สิ่งที่พวกคุณนั้นจะสามารถทำได้เลยนั่นก็คือ การเขียนคอนเทนต์ ขนาดยาวและมีคุณภาพ เพื่อช่วยให้คนที่เข้ามาอ่านนั้นได้ประโยชน์ และ ทำให้พวกเขานั้นอยู่บนเว็บไซต์ของคุณได้นานมากที่สุด

และเราเชื่อว่าตัว Google นั้นฉลาดมาก ๆ ในเรื่องของการแยกยะ ว่าบทความไหนดี หรือ ไม่ดี และหน้าที่ของคุณนั้นก็คือ ต้องมีการเขียนบทความดี ๆ ส่งไปยังใน Google เพื่อให้ทาง Google ทำการอ่านอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็รอให้เวลากับเขาเพื่อจัดอันดับเว็บให้คุณ ถ้าหากเนื้อหาของเว็บไซต์คุณดีจริง แปป ๆ อันดับของคุณก็จะติดที่หน้าแรกนั้นเองค่ะ

แนะนำบทความ เว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ควรที่จะมีลักษณะอย่างไร ? มาคุยกันได้ (conditmarketing.com)

แนวทางการทำ SEO ฉบับ “MUL” ใหม่ล่าสุด 2021

ในการทำ SEO นั้นก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพของทางเว็บไซต์พร้อมทั้งมีคอนเทนต์ ซึ่งนั้นจะแสดงว่า Google และ Search Engine และตัวอื่น ๆ นั้นก็ย่อมจะมีหลักเกณฑ์ที่เป็นการตรวจสอบและให้คะแนนอยู่โดยฝั่งของทาง Search Engine นั้นจะทำการส่งเจ้า Bot ทั้งหลายเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ อยู่สม่ำเสมอ เพื่อดุความเกี่ยวข้องในส่วนของเนื้อหากับตัว Keyword ร่วมด้วย เท่านั้นยังไม่พอนะคะ ยังมีโครงสร้างและ ความน่าเชื่อถือของทางเว็บไซต์ด้วยค่ะว่าเป็นอย่างไร โดยจะมีวิธีเกณฑ์การให้คะแนนแบบละเอียดซึ่งตรงนั้นจะไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างไร แต่ถ้าหากมีผู้เชี่ยวชาญภายนอกจำนวนมากได้มีการทำการทดลองและคาดการณ์ว่า Search Engine อันดับ 1 ของทางโลก อย่างเช่น Google จะมีเกณฑ์อะไรบ้าง และคุณจะต้องใช้เกณฑ์รูปแบบไหน คุณถึงจะใช้เกณฑ์เหล่านี้ได้เป็นแนวทางของการทำ SEO โดยทางเว็บไซต์ Blacklinko ได้มีการสรุปทั้งหมดปัจจัย 200 อย่าง โดยมีการคาดการว่าจะมีผลกับการติดอันดับของ Google นั้นเองค่ะ

ด้านเนื้อหา (Content Marketing)
ด้านเนื้อหา (Content Marketing)

ด้านเนื้อหา (Content Marketing)

หากเป็นส่วนทสำคัญมากที่สุดในการทำ SEO เพราะการที่คุณทำการสร้างเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตัว Keyword ใด Google คุณจะต้องดูความสำคัญของตัว Keyword ร่วมด้วยค่ะว่าเนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์นั้น จะได้ทั้งปริมาณ Keyword หรือ ตำแหน่ง Keyword ที่ปรากฏอยู่ ว่ามันจะต้องอยู่ในส่วนไหนของ Title หรือ URL และในส่วนบนหรือล่างของเว็บไซต์ หรือ รูปแบบของตัว Keyword นั้นว่าจะต้องเป็นหัวข้อ ตัวเอียง หรือ Link หรือตัวหนา เป็นต้น เพราะการทำ Content Marketing ส่วนใหญ่แล้วการเขียนบทความที่ให้ความรู้ และ ความสำคัญของกับสินค้าเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณนั้น ได้มีส่วนช่วยในเรื่องการทำ SEO ได้อีกหนึ่งทาง เพราะในบทความของคุณนั้นจะเป็นการช่วยในเรื่องของปริมาณ Keyword ที่อยู่บนเว็บไซต์ของคุณแบบอัตโนมัติ

  • ( ยกตัวอย่างเช่น )

ถ้าหากคุณต้องการสร้างเว็บไซต์ เพื่อเป็นช่องทางในการทำธุรกิจอาทิเช่น ขายบ้าน / ขานคอนโด และการเขียนบทความก็เพื่อเป็นการให้ความรู้ในเรื่องของ วิธีการเลือก ไม่ว่าจะเป็น คอนโด หรือ บ้าน ที่มีความเหมะสมกับตัวคุณ รวมไปถึงวิธีการตรวจรับบ้านแบบมืออาชีพ และมีการลงบทความต่าง ๆ ที่มีความสอดคล้องกันที่มากขึ้น และอันดับเว็บไซต์ Google ไม่ว่าจะเป็นคำว่าบ้าน หรือ คอนโด ก็จะดียิ่งขึ้นด้วยนั้นเองค่ะ

  • **ข้อที่ควรระวัง**

                หากคุณมี Keyword ที่ถี่มากจนเกินไปจนแบบผิดรูปแบบธรรมชาติ

 รำคาญให้ผู้ใช้และสร้างภาพลบให้กับแบรนด์แล้ว Google อาจมองว่าเว็บไซต์จงใจหลอก Google และลดความน่าเชื่อของเว็บไซต์หรือแม้กระทั่งนำเว็บไซต์ออกจากการจัดอันดับไปเลยด้วย การเขียนบทความจึงควรเขียนให้เป็นธรรมชาติที่สุด Keyword spamming นอกจากจะสร้างความรำคาญใจในเรื่องของโครสร้าง และ การมีประสิทธิภาพเว็บไซต์นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคนิคการทำเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของด้านโครงสร้าง หรือ ความสะดวกสบายในการเข้าใช้งานก็ตาม รวมไปถึง ประสิทธิภาพด้านความเร็ว และ ระบบความปลอดภัย นั้นเองค่ะ

ด้านโครงสร้าง และ การมีประสิทธิภาพ
ด้านโครงสร้าง และ การมีประสิทธิภาพ

ด้านโครงสร้าง และ การมีประสิทธิภาพ

                ในส่วนนี้ก็จะมีความเกี่ยวข้องกับเทคนิคการทำเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเข้าใช้งาน ประสิทธิภาพด้านความเร็ว รวมไปถึงความปลอดภัย ซึ่งในส่วนนี้ก็จะต้องให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทำการดูแล ยกตัวอย่างเช่น

  • การทำ Responsive Design  เพื่อให้คุณนั้นสามารถทราบผลได้แบบเหมาะสมบนทุกอุปกรณ์ในทุก ๆ ขนาด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำ Mobile , PC หรือ Tablet เป็นต้น
  • การทำ Inbound Link ก็จะช่วยในส่วนหน้าเว็บไซต์นั้นมีการเชื่อต่อกันอย่างรวดเร็ว และมีการเพิ่มคะแนน Backlink ให้แต่ละหน้า
  • การทำ HTTPS เพื่อความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลบนเว็บไซต์ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อเพิ่มความเร็วของทางเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการบีบอัดภาพ และ สคริป และการใช้ Hosting ที่มีความน่าเชื่อถือ การสร้าง robot.txt สำหรับ Search Engine เป็นต้น และผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ จะมีการพิจารณาว่าการปรับแก้เว็บไซต์ ให้ดีขึ้นมากกว่า หรือในบางครั้งจะต้องมีการสร้างเว็บไซต์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องของ Responsive Design เพราะถ้าหากเว็บไซต์เดิมนั้นไม่มีการรองรับ หรือ การแสดงผลผ่านบน Mobile Device เพราะในการปรับหรือ แก้ไขที่แตกต่างจากเดิมอาจจะมีความยากกว่าการสร้างใหม่นั้นเองค่ะ
ด้านของความน่าเชื่อถือ
ด้านของความน่าเชื่อถือ

ด้านของความน่าเชื่อถือ

เป็นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องพูด หรือ การอ้างอิงมาเว็บไซต์มาจากแหล่งต่าง ๆ ภายนอก ทั้งของ Social Network และเว็บไซต์ อื่น ๆ นั้น ซึ่งในส่วนนี้จะมีผลต่อการทำ SEO อย่างมากที่สุด รวมไปถึงอายุของทางเว็บไซต์ ซึ่งทางเว็บไซต์ที่มีการอยู่มาเป็นเวลานานนั้นจะมีความน่าเชื่อถือ กว่าเว็บไซต์ที่เปิดใหม่ และในส่วนนี้จะมีผลต่อการทำ SEO อย่างมากที่สุด รวมไปถึงอายุของการทำเว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์อยู่มาเป็นเวลายาวนานนั้นจะมีความน่าเชื่อถือกว่า เพราะในการเขียนบทความที่มีคุณภาพนั้นก็เพื่อให้เว็บไซต์ต่าง ๆ มีการใช้อ้างอิง หรือ ให้มีการแพร่หลายใน Social Network ซึ่งจะเป็นวิธีที่มีความน่าสนใจ และ เป็นวิธีที่มีคุณภาพอีกหนึ่งวิธี และทั้งหมดนี้ก็ยังมีการช่วยสร้างชื่อเสียง และ มีภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ของคุณอีกด้วย

ข้อควรระวัง
ข้อควรระวัง

ข้อควรระวัง

หาก Link ที่มีการเข้าถึงเว็บไซต์คุณเป็นส่วนใหญ่นั้นจะมาจากเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น เว็บที่มีการรับจ้างใส่ Link เว็บไซต์ของคุณอาจถูกลดความน่าเชื่อถือลงได้เช่นกัน หรือ ตัว Link ที่มีการเกิดจากการซื้อโฆษณาก็จะไม่ได้คะแนนของส่วนนี้ หรือ มีการโพสต์ลงของ Link ในส่วน Comment ของ Webboard ต่าง ๆ โดยเจ้าของเว็บไซต์จะมีการทำให้ ลิ้งค์ของเขานั้นไม่ได้รับคะแนนอ้างอิงอยู่แล้ว เพื่อไม่ใด้โดนการ Spam Link จนสร้างความน่ารำคาญมากจนเกินไปกับผู้ที่เข้ามาใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ของคุณนั้นเองค่ะ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนั้นจะเป็นแนวทางอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ผู้ที่เริ่มต้นทำ SEO มือใหม่ สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง

ทำ SEO ช่วยดันยอดขายให้พุ่ง ทำอย่างไร ในปี 2021

ในยุคปัจจุบัน คือ ยุคแห่งข้อมูล เมื่อเราคิดที่จะซื้อสินค้า หรือ บริการอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็จะเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทาง Google เป็นสิ่งแรก เมื่อจุดเริ่มต้นของ Customer Journey อยู่ที่นี่การทำ SEO จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจออนไลน์ และ ธุรกิจต่าง ๆ จะขาดไม่ได้อย่างแน่นอน 80% ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ทำการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้า และ บริการก่อนทำการตัดสินใจซื้อ และการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ก็เป็นเรื่องพื้นฐานและจำเป็นสำหรับธุรกิจในทุกประเภท

SEO คืออะไร
SEO คืออะไร

SEO คืออะไร?

                SEO คือ Search Engine Optimization หรือที่เรียกว่า SEO นั้นก็คือกระบวนการปรับปรุง จัดการ ในเรื่องของการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ได้รับการจัดการขึ้นมาอยู่ลำดับต้น ๆ ของ Search Engine ซึ่งพูดง่าย ๆได้เลยนั้นก็คือ ทำให้เว็บไซต์ของเราติดหน้าแรกของ Google เวลาที่มีคนเสิร์ซค้นหานั่นเอง SEO คืออะไร อ่านต่อฉบับเต็ม

ทำไมต้อง ทำ SEO
ทำไมต้อง ทำ SEO

ทำไมต้อง ทำ SEO?

การทำ SEO นั่นก็คือ เครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณนั้นมีตัวตนบนโลกออนไลน์ และมันมีความสำคัญอย่างงไรกันหลายคนอาจจะสงสัยใช่ไหมละคะ อย่างที่บอกไปข้างต้นค่ะว่า ผู้ที่บริโภคในโลกยุคดิจิทัลเริ่มต้นจากการซื้อสินค้า และ บริการจากการค้นหาข้อมูลออนไลน์ และมีบริการทำ SEO ด้วย เพราะฉะนั้น คุณมั่นใจได้เลยค่ะว่า ธุรกิจของคุณเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่พวกเขาเห็นเมื่อลูกค้ากำลังมองหา และต้องมีข้อมูลที่น่าสนใจค่ะว่า บนหน้าแสดงผลการค้นหาของ (Search Results) คนเราจะ เลือกคลิกเว็บไซต์ที่อยู่บนหน้าแรกมากกว่า 90% และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมธุรกิจจึงจำเป็นต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองติดขึ้นมาหน้าแรก

ธุรกิจออนไลน์จะได้อะไรจากการ ทำ SEO
ธุรกิจออนไลน์จะได้อะไรจากการ ทำ SEO

ธุรกิจออนไลน์จะได้อะไรจากการ ทำ SEO?

  • เพื่อเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ นอกเหนือจากการซื้อโฆษณา (Increase Organic Traffic)

SEO เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าค้นหาคุณเจอก่อนใครบนโลกออนไลน์ และเป็นช่องทางเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์โดยที่ไม่ต้องเสียเงินแม่แต่บาทเดียว เพียงแค่คุณทำการจัดระเบียบเว็บไซต์ให้กับ Google ให้เข้าใจและนำไปจัดลำดับได้ง่ายรวมถึงการใช้คีย์เวิร์ด Keyword ที่ตรงกับคำค้นหา เพียงแค่นี้ Google ก็พร้อมที่จะแนะนำเว็บไซต์ของคุณบนการแสดงผลหน้าแรกแล้วค่ะ

  • ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง

ยิ่งถ้าเป็นอันดับแรก ๆ บน Google ยิ่งจะมีโอกาสที่ลูกค้าจะได้เจอคุณก่อนเว็บอื่น ๆ และคุณรู้ไหมคะว่า ในทุก ๆ 1 อันดับนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะมีผลต่อการคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ (CTR) โดยจะมีค่าเฉลี่ยถึง 30% และ เว็บไซต์ที่ติดอันดับแรก ๆ มีการคลิกสูงกว่าลำดับที่ 10 ถึง 10 เท่า!!

  • เป็นช่องทางการเพิ่มคุณภาพผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Quality Leads)

ประโยชน์ในข้อนี้สำคัญมากที่สุด เพียงแค่เลือกคีย์เวิร์ดให้ถูกต้อง ก็จะทำให้คุณภาพของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ดีขึ้นมากกว่าคนที่เข้ามาคลิกจากโฆษณามากถึง 12 เท่า เพราะเนื่องจากความตั้งใจ (intent) ของผู้ค้นหาที่มีความต้องการของสินค้า และ บริการนั้น ๆ อยู่แล้วนั้นเองค่ะ

  • ลงทุนเพื่อสร้างผลลัพธ์ในระยะยาว

การทำ SEO ไม่เพียงแต่คาดหวังผลลัพธ์เพียงข้ามวัน แต่จะเป็นกระบวนการที่มีการจัดระเบียบเว็บไซต์ที่อาศัยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น การจัดโครงสร้างเว็บไซต์ วิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม สร้างคอนเทนต์ และสร้างลิ้งค์อ้างอิง (backlink) จึงเป็นกระบวนการที่จะต้องใช้เวลา รวมไปถึงจะต้องมีการวิเคราะห์ผลลัพธ์ และปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง แต่ข้อดีของมันนั้นก็คือ ถ้าเว็บไซต์ของคุณติดอันดับแล้ว การดูแลเว็บไซต์เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบต่อเนื่อง ก็เพียงพอต่อการรักษาอันดับเว็บในระยะยาวได้แล้วค่ะ ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ จะทำให้ธุรกิจหลาย ๆ ธุรกิจเริ่มให้ความสนใจในการทำ SEO กันเป็นจำนวนมาก โดยจะทำควบคู่ไปกับทำโฆษณาออนไลน์อื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

อยากทำ SEO จะต้องเริ่มต้นจากตรงไหนอย่างไร
อยากทำ SEO จะต้องเริ่มต้นจากตรงไหนอย่างไร

อยากทำ SEO จะต้องเริ่มต้นจากตรงไหนอย่างไร?

หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดว่าการทำ SEO คือ การเขียนคอนเทนต์ ที่มีตัวประกอบจาก Keyword ที่มีศักยภาพในการดึงดูให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช่ทั้งหมด เพราะการทำ SEO จะรวมไปถึงในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บนั้น ๆ การปรับ On-Page Off-Page อ่านต่อ… การแก้ปัญญาทางเทคนิคของเว็บ เพื่อให้มีการตอบสนองการเข้าใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีโครงสร้างแบบพื้นฐานเว็บไซต์ที่ดี เพื่อให้ google สามารถเข้าถึงองค์ประกอบของเว็บไซต์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และเข้าใจเนื้อหาได้เป็นอย่างดี เพื่อนำมาจัดอันดับ และนอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างเครือข่ายเว็บไซต์ เพื่อทำให้เว็บไซต์อื่น ๆ ลิ้งค์เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ (Link Building) เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ตัวเว็บไซต์ได้ และมีผลต่อการจัดอันดับได้ด้วยเช่นกันค่ะ

Duality of SEO – Both an Art and Science

Seo is not a specific science. It is not easy for organizations to focus on SEO. Offered the core competencies an enterprise needs to focus upon, it gets challenging to invest a substantial amount of time and effort to understand the intricacies of Google algorithms, which keep scaling and altering up in accuracy related to material and quality.

Although it is really real that experts and consultants can be employed to help with SEO, it is similarly essential for companies to comprehend the art and science of SEO. SEO is a distinct practice and similar to any other branch of science, it involves realities that are systematically arranged and includes experimentation. The professionals dealing with SEO continually explore diverse ideas and organized knowledge for better search listings.

It is irrational to assume that every website and SEO project will follow the very same method. Every website is unique and so is every SEO task.

SEO is not a specific science. It not just involves scientific proficiencies and methodical processing of information, however likewise imaginative assistance too. These creative thoughts mix with clinical skills to enhance experiments. The imaginative element of SEO includes the artistic method to chart new ways in which link structure, content generation, social networks, and the style element can enhance and end up being more targeted towards a typical purpose.

Duality of SEO - Both an Art and Science
Duality of SEO – Both an Art and Science

Imagination in SEO likewise integrates adding and improving freshness to the website design for enhancing aspects connected with functionality and accessibility, while keeping consistency, related to brand image and brand name personality. The fundamental focus of creative SEO is to constantly enhance the visual and intuitive aspects that keep the marketing interaction constant. Even SEO masters face difficulties. They are to create new/improved keywords and check the various techniques of content generation. They require to do this while producing helpful, good quality, yet website-focused material.

The innovative aspect creates brand-new ways. The clinical tools experiment with algorithms for wanted listings and enhanced audience engagement.
Attempting and evaluating various imaginative strategies defines the scientific nature of an SEO activity. Choosing if the keyword rich content ought to be a video, an infographic, press release, article, or an article needs creative thinking.

The Perfect Blend
The Perfect Blend

The Perfect Blend

The dual nature of SEO can be well understood by SEO Experts who are familiar with the methods used to examine websites. Choosing the perfect keyword is as essential as optimizing the website on that keyword. Companies who aim to manage the double element individually may take longer than the anticipated time. Appropriately analyzing the website and falsifying effective methods to succeed listing in Google can be done by expert experts in a better method.

SEO is taking brand-new leaps everyday with various components that contribute to SEO. A strategy needs to be established that includes numerous scientific disciplines in addition to artistic ventures for maximum advantage. Such a double nature of strategy can be developed by professional specialists. SEO specialists work in cohesion with the content and web marketing group. They supply the user focused content. This is carefully incorporated with SEO activity; advertising, social media marketing, style and development. This ensures that the whole capacity of SEO can be harnessed

An SEO specialist who thinks that SEO is both an art and science need to be hired by any service. SEO is a science because it works according to mathematical laws, which are statistically proven, trusted, and predictive of user behavior. SEO is an art due to the fact that the really mathematical designs do not create and develop organization objectives. Art tells persuading stories and creates visual style and quality content to the target market. The designs do not explain the user’s objective or inspiration for buying the product or service showed on the website

Comnez firmly believes in the double character of SEO. The website mentions “SEO is not an exact science”. For additional information see the website for a pre SEO analysis report, keyword analysis report, on-page optimization report, or off page optimization/link submission report.