เว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ควรที่จะมีลักษณะอย่างไร มาคุยกัน

เว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ควรที่จะมีลักษณะอย่างไร ? มาคุยกัน

การที่เราจะได้ Backlink มานั้นจำเป็นต้องอาศัยพื้นที่ต่าง ๆ บนเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อให้ลิงก์ของคุณไปปรากฏ บนเว็บนั้น ๆ ซึ่งจะรวมตั้งแต่หน้าเว็บ “Onsite Content” หรือ ในบทความต่าง ๆ ที่มีการอ้างอิงถึงคุณ แต่เว็บไซต์ที่คุณจะนั้นจะมีลิ้งค์แสดงเอาไว้เหล่านั้นก็จะต้องมีคุณภาพที่ดี และ ต้องทำถูกกฎของทาง Google เพื่อจะส่งผลให้ Backlink ของคุณนั้นมีคุณภาพที่ดีตามไปด้วยนั้นเอง และเว็บไซต์ที่ดี ที่มีคุณภาพนั้นมีหลายองค์ประกอบมาก ซึ่งนั้นก็ได้แก่

  • มีการวาง Sitemap อย่างเป็นระบบ เพราะจะง่ายต่อการเข้าใช้งาน
  • ออกแบบ UX&UI เพื่อให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็น Responsive “ซึ่งจะสามารถใช้ได้ทั้งหน้าจอคอม หรือ โทรศัพท์มือถือ” และ เว็บไซต์นั้นก็จะต้องมีความลื่นไหล และยังสามารถดาวน์โหลดได้อย่างรวดเร็ว
  • เนื้อหาบนเว็บไซต์สามารถเข้าอ่านได้จริง และต้องมีประโยชน์ พร้อมกับมีการอัพเดทอยู่สม่ำเสมอ
  • อัตราการไหลเวียน link จะต้องมีการถูก Point กลับมาบ้าง และ ในเว็บ ๆ นั้นจะต้องมีลิงค์ออกไปข้างนอกบ้างหรือเปล่า
  • เว็บไซต์นั้น ๆ จะต้องมีการทำ SEO อย่างถูกต้อง และต้องเป็น SEO Friendly พร้อมทั้งต้องมีความน่าเชื่อถือ (Domain Authority) อยู่ในระดับที่ดีด้วยค่ะ
LINK BUILDING
LINK BUILDING

หากต้องการทำ LINK BUILDING จะต้องรู้ว่าองค์ประกอบมีอะไรบ้าง ?

อันที่จริงองค์ประกอบของการทำ Link Building นั้นไม่ได้มีความซับซ้อนแต่อย่างใด แต่สิ่งที่คุณจะต้องทำนั้นก็คือ การทำความเข้าใจก่อนว่ามันมีหน้าที่ทำงานอย่างไร ? และแน่นอนว่าองค์ประกอบที่สำคัญมากที่สุดในการทำ Link Building นั้นย่อมมีความเป็นลิ้งค์อยู่แล้ว เพียงแค่คุณจะมีลิงค์อะไรบ้างที่มีไว้สำหรับการทำ SEO Backlink คืออะไร อ่านต่อได้ที่นี้

  • Internal Link คือ

ลิงก์ภายในจากหน้าหนึ่ง เข้ามายังหน้าหนึ่งภายใต้ข้อจำกัดของข้อมูล “คอนเทนต์” บนหน้านั้นจึงต้องมีความเกี่ยวข้องกัน อาทิเช่น เนื้อหาในหน้าแรกของเว็บไซต์ของคุณนั้นที่กำลังพูดถึงเรื่องวิธีการดูแลสุขภาพ แต่จะมีข้อมูลในส่วน ๆ หนึ่งที่กล่าวถึงนั้นก็คือ ชุดออกกำลังกาย ซึ่งตรงนั้นที่คุณทำการแปะลิ้งค์ Anchor Link เอาไว้ เมื่อมีคนคลิกเข้าไป มันจะทำการลิ้งค์ไปอีกหน้าหนึ่งที่ให้ข้อมูลในเรื่องของการออกกำลังกาย การเลือกชุดออกกำลัง ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการทำ Internal Link ที่ถูกต้อง แต่ส่วนนี้จริง ๆ แล้ว จะมีรายละเอียดแบบยิบย่อยที่คุณสามารถจัดการได้ เราขอพูดสั้น ๆ เพื่อให้ได้ใจความ นั้นก็คือ การสร้างความลื่นไหลของเว็บไซต์ ที่มีการลิงค์จากหน้าข้อมูลหน้านี้ ไปยังหน้านั้น และยังสามารถลิงก์ไปอีกหน้าหรือกลับมาที่เดิม ซึ่งในส่วน ๆ นี้คุณสามารถวางแผนเอาไว้ในตอนที่ทำ Site Map เพราะการใช้เว็บไซต์ของคุณนั้นจะต้องมีความลื่นไหลในการเข้าใช้งาน และต้องมีข้อมูลที่น่าสนใจ จนทำให้ผู้ที่เข้ามาเว็บไซต์ของคุณ ได้นานเท่าไหร่ Google ก็จะยิ่งมองว่าเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณนั้นมีคุณภาพนั้นเองค่ะ

  • Backlink คือ

ลิงค์ที่ถูกคลิกมาจากเว็บไซต์อื่น ๆ ซึ่งจะสามารถทำได้หลากหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น ทำเป็นบทความไปฝากไว้บนเว็บไซต์คนอื่น โดยภายในบทความนั้นก็จะมีการให้ใส่ Anchor Link ที่ลิงก์กลับมายังหน้าเว็บไซต์ของตุฯ หรือ อีกหนึ่งแบบเลยนั้นก็คือบนหน้าเว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีการนำข้อมูลจากเว็บไซต์ของคุณไปใช้และได้ทำการแปะลิ้งค์เอาไว้นั้นเองค่ะ จะเหมือนกับการให้แหล่งอ้างอิง “Reference” แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดนั้นด้วยค่ะว่า ข้อมูลที่จะต้องเกี่ยวข้องกัน และนอกจากนี้ในบางครั้งอาจจะมีการได้ Blacklink ผ่านการคอมเม้นที่มีการแปะลิ้งค์ของคุณอาไว้ “Naked URL” หรือแปะไว้ในคำ Anchor Link ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ นั้นเองค่ะ

  • Outbound Link คือ

นอกจาก Backlink ที่คุณได้มาจากเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วภายในเว็บไซต์ของคุณเองก็ควรจะมีลิ้งค์ที่ถูกส่งออกไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ ด้วย เพราะการที่ Google จะมองว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นมีคุณภาพหรือไม่นั้นเองค่ะ ซึ่งก็จะมีอีกหลายองค์ประกอบมาก เพราะการที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นเครือข่ายลิ้งค์ ลิ้งค์เข้า – ลิ้งค์ออก โดยส่วนหนึ่งแล้วจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติให้กับเว็บไซต์นั้น ๆ เป็นอย่างดี

BACKLINK
BACKLINK

หากเจอ BACKLINK ที่เป็นสแปมโจมตี จะต้องทำอย่างไร ?

การทำธุรกิจเราต้องมีคู่แข่งเสมอ และ อาจจะมีบางกรณีที่ถูกคู่แข่งทำการสแปมลิ้งค์โจมตีเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งวิธีการนี้ก็คือ พวกเขาจะนำลิงก์ไปแปะไว้ยังเว็บไซต์ที่มีคุณภาพที่ไม่ดี อาทิเข่นเว็บไซต์นั้นเป็นคนละภาษากับเว็บของคุณ หากเข้าไปแล้วจะเป็นภาษาที่อ่านไม่รู้เรื่อง หรือ ภายในเว็บนั้นมีแต่ข้อความที่แปะลิ้งค์เอาไว้เป็นจำนวนมาก และเมื่อคุณมี Backlinkที่ได้จากเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพเยอะๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามหลังนั้นก็คือ Googleจะมองเว็บไซต์ของคุณนั้นไม่มีคุณภาพ หรือสิ่งที่ร้ายแรงมากที่สุดก็คือเว็บของคุณอาจจะโดนแบน และ โดนลงโทษปรับลำดับ Rank เว็บไซต์ของเราให้ตกจากอันดับสูง ๆ นั้นเองค่ะ

เพราะฉะนั้น : หากคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำความเข้าใจเลยนั้นก็คือ คุณจะพิสูจน์ไม่ได้เลยค่ะว่าใครทำ และ คุณก็จะไม่สามารถป้องกันได้ แต่คุณก็ไม่ต้องวิตกกังวลไปนะคะ สิ่งเดียวที่คุณสามารถทำได้ นั้นก็คือ แจ้งทาง Google ให้ทราบผ่านช่องทาง Search Console แจ้งว่าลิ้งค์เหล่านั้นเป็นสแปม และคุณก็ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด ทางระบบกำการจดจำมันเอาไว้ทำให้เราไม่โดนลงโทษนั้นเอง เพราะการทำ SEO เราจะต้องอาศัยองค์ประกอบต่าง ๆ และสิ่งที่สำคัญในแต่ละองค์ประกอบนั้นคือจะต้องทำอย่างถูกต้อง ทำให้มีคุณภาพ เพราะถ้าหากคุณใช้วิธีการแบบนี้เค้าจะเรียกว่า “สายดำ” คือใช้ทางลัดอัดทำ Backlink เยอะ ๆ อัดเข้าไปเยอะ ๆ โดยที่ไม่สนใจในเรื่องของคุณภาพของเว็บไซต์ต้นทาง ซึ่งในช่วงแรก ๆ นั้นลำดับเว็บไซต์ของคุณอาจจะขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากคุณแลกด้วยการโดนลงโทษ หรือ สิ่งที่ร้ายแรงมากที่สุดคุณก็อาจจะโดนแบนจาก Google ในภายหลังได้ทันที ดังนั้นการทำ Link Building อย่างมีคุณภาพจำเป็นต้องใช้เวลาที่ช้ากว่าหน่อย แต่ทำให้คุณมั่นใจได้เลยค่ะว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นจะต้องไต่ลำดับขึ้นมาได้อย่างแน่นอน