รวมบทความน่ารู้ เกี่ยวกับ Digital Marketing SEO, Google Ads, Web Design บทความภาษาไทย

บริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ ทำไมถึงต้อง รับทำ SEO กับ SeoSeznam

%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B3 SEO %E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E Best SEO Services Providers in 2023

หากคุณอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กำลังมองหาบริษัท SEO ที่น่าเชื่อถือและทุ่มเทเพื่อช่วยคุณในการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา คุณมาถูกที่แล้ว SEO หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหาเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จของเว็บไซต์ และอาจเป็นประโยชน์อย่างมากในการเป็นพันธมิตรกับบริษัท SEO ที่มีประสบการณ์เมื่อเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณ ด้วยบริษัท SEO จำนวนมากในกรุงเทพฯ จึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจว่าบริษัทใดเหมาะกับธุรกิจของคุณ ในบล็อกโพสต์นี้ เราจะเจาะลึกถึงบริษัท SEO ชั้นนำในกรุงเทพฯ และนำเสนอภาพรวมของบริการของพวกเขา ตลอดจนเจาะลึกถึงสิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ในตอนท้ายของบล็อกโพสต์นี้ คุณจะมีข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการตัดสินใจอย่างรอบครอบว่าบริษัท SEO ใดจะตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของคุณได้ดีที่สุด

ความเข้าใจในตลาดท้องถิ่น

การทำความเข้าใจตลาดท้องถิ่นเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จ เมื่อพูดถึง SEO สำหรับบริษัทในกรุงเทพฯ ตลาดท้องถิ่นนั้นมีความหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ การรู้ภาษา วัฒนธรรม และแนวโน้มของภูมิภาคเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจว่าเนื้อหาและกลยุทธ์ประเภทใดมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ การทำความเข้าใจตลาดท้องถิ่นจะช่วยให้คุณปรับแต่งการทำ SEO ให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของพื้นที่นั้นๆ และทำให้แน่ใจว่าคุณกำหนดเป้าหมายไปยังคนที่เหมาะสม เมื่อทำความรู้จักกับตลาดในท้องถิ่น คุณจะมั่นใจได้ว่าบริษัท SEO ของคุณในกรุงเทพฯ สามารถให้บริการที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี SEO ล่าสุด

SEO เป็นอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และบริษัทที่คุณพึ่งพาเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณอยู่อันดับต้น ๆ ของหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหาจะต้องติดตามเทคโนโลยีล่าสุดอยู่เสมอ ที่บริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ เรามุ่งมั่นที่จะนำหน้าอยู่เสมอ อัปเดตความรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและกลยุทธ์ SEO ที่ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การวิจัยและวิเคราะห์คีย์เวิร์ดไปจนถึงการสร้างลิงก์และการตลาดเนื้อหา ทีมงานของเรามีเครื่องมือและเทคนิคต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บของคุณเพื่อให้มองเห็นได้สูงสุด นอกจากนี้ เรายังติดตามการพัฒนาและแนวโน้มของอุตสาหกรรมอยู่เสมอ เพื่อให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ ๆ และก้าวนำหน้าคู่แข่งไปหนึ่งก้าว

เสนออัตราค่าบริการที่เหมาะสม

ในฐานะบริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ สิ่งสำคัญคือต้องเสนออัตราค่าบริการที่สมเหตุสมผลแก่ลูกค้า สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้ลูกค้าสามารถใช้บริการของคุณได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะแนะนำบริษัทของคุณให้กับผู้อื่นมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ การเสนอราคาที่แข่งขันได้จะทำให้คุณโดดเด่นกว่าคู่แข่งและเพิ่มโอกาสในการสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เมื่อกำหนดอัตรา โปรดพิจารณาอัตราต่อเนื่องปัจจุบันสำหรับบริการที่คล้ายคลึงกันและมูลค่าของบริการที่คุณจัดหา สิ่งนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าคุณกำลังเรียกเก็บเงินในราคาที่ยุติธรรมในขณะที่ยังคงทำกำไรได้

ทีมงานมืออาชีพ SEO ที่มีประสบการณ์

บริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ มีความภูมิใจที่จะนำเสนอทีมงานมืออาชีพ SEO ที่มีประสบการณ์ซึ่งมีความกระตือรือร้นในการช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายทางการตลาดดิจิทัล ทีมงานของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยคีย์เวิร์ด การสร้างเนื้อหา SEO เชิงเทคนิค การสร้างลิงก์ และอื่นๆ ไม่ว่าคุณจะต้องการปรับปรุงการเปิดเผยเว็บไซต์ของคุณใน SERPs เพิ่มการเข้าชมแบบออร์แกนิก หรือสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ ทีมงานของเราจะทำงานร่วมกับคุณเพื่อสร้างกลยุทธ์ SEO ที่ครอบคลุมซึ่งสามารถทำงานได้สำเร็จ ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่บริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ พร้อมที่จะช่วยให้คุณไปถึงอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหา

ความเชี่ยวชาญในการสร้างลิงค์

การสร้างลิงก์เป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของ SEO เนื่องจากช่วยให้เครื่องมือค้นหารวบรวมข้อมูลและจัดทำดัชนีเว็บไซต์ ในฐานะบริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ เรามีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการสร้างลิงก์ที่มีคุณภาพไปยังเว็บไซต์ของคุณ เราใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อช่วยให้คุณเพิ่มจำนวนลิงก์ที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ รวมถึงการส่งไดเรกทอรี บล็อกของแขก การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ และการส่งข่าวประชาสัมพันธ์ เรายังทำงานร่วมกับคุณเพื่อให้แน่ใจว่าความพยายามในการสร้างลิงก์ของคุณเป็นธรรมชาติและเป็นธรรมชาติ

ประสบการณ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์

ที่บริษัท SEO ของเราในกรุงเทพฯ เราให้บริการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ที่ครอบคลุมเพื่อเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ของคุณและการจัดอันดับในเครื่องมือค้นหา ทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ของเรามีประสบการณ์สูงในการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ และสามารถช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากเว็บไซต์ของคุณ เราเชี่ยวชาญในการวิจัยคีย์เวิร์ด การสร้างเนื้อหา การสร้างลิงก์ และเทคนิค SEO เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ นอกจากนี้ เรายังใช้เครื่องมือและเทคนิคขั้นสูง เช่น การทดสอบ A/B และการวิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อระบุโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ เป้าหมายของเราคือการช่วยให้คุณนำหน้าคู่แข่งและเพิ่มศักยภาพของเว็บไซต์ของคุณให้สูงสุด

ความสามารถในการสร้างเนื้อหาที่มีอันดับสูง

ในฐานะบริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ เราเข้าใจดีว่าการสร้างเนื้อหาระดับสูงเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ SEO ที่ประสบความสำเร็จ เนื้อหาไม่ใช่แค่การยัดคำสำคัญลงในบล็อกโพสต์หรือบทความเท่านั้น ต้องมีส่วนร่วม ได้รับการวิจัยอย่างดี และมีคุณภาพสูง นั่นเป็นเหตุผลที่เรามีทีมผู้สร้างเนื้อหาที่มีประสบการณ์ซึ่งใช้เครื่องมือและเทคนิคล่าสุดเพื่อสร้างเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะกับผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา นอกจากนี้ เรายังมั่นใจว่าเนื้อหาทั้งหมดที่เราสร้างนั้นทันสมัยและมีความเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสามารถช่วยเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ

ความสามารถในการติดตามและวัดผล SEO

ที่บริษัท SEO ของเราในกรุงเทพฯ เราเข้าใจถึงความสำคัญของการติดตามและวัดผล SEO เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของเราได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราใช้เครื่องมือวิเคราะห์และวัดผลขั้นสูงเพื่อติดตามความคืบหน้าของแคมเปญ SEO ของเรา ด้วยระบบการติดตามและการวัดผลที่ครอบคลุมของเรา เราสามารถระบุส่วนที่ควรปรับปรุง ติดตามผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง SEO และเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น การติดตามและวัดผล SEO เราสามารถช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้นและประสบความสำเร็จมากขึ้น

โดยสรุป

เมื่อค้นหาบริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ สิ่งสำคัญคือต้องหาบริษัทที่มีประสบการณ์และเข้าใจความแตกต่างของ SEO ในพื้นที่ พวกเขาควรจะสามารถให้บริการที่มีคุณภาพและช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้ ด้วยบริษัท SEO ที่เหมาะสมในกรุงเทพฯ คุณสามารถเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ของคุณ ปรับปรุงอันดับของคุณ และได้เปรียบในการแข่งขันในโลกดิจิตอล

บริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ Best SEO Services Providers in 2023 บริษัทรับทำ SEO ในกรุงเทพ seoseznam ที่ให้บริการรับทำ SEO สายขาว (Whitehat SEO) ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกบน Google คุณจึงมั่นใจได้ว่า เว็บคุณจะปลอดภัย เน้นผลลัพธ์ระยะยาว ด้วยทีมงานมืออาชีพมีประสบการณ์การทำ SEO เราสามารถเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณด้วยกลยุทธ์ที่พิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริง เราไม่อยากให้คุณเสียโอกาส และเวลาในการทำ SEO ไปฟรีๆ

เทคนิคการสร้างเว็บไซต์ WordPress แบบง่าย ๆ ด้วยการขึ้นด้วยตัวเอง สำเร็จภายใน 15 นาที เท่านั้น!!

ในการทำธุรกิจผ่านบนโลกอินเตอร์เน็ต และ การหารายได้จากช่องทางออนไลน์จะต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะว่าเว็บไซต์นั้นจะเปรียบเสมือนกับสำหนักงานใหญ่ หรือหน้าร้านแบบหลักของโลกออนไลน์ของคุณ ส่วนของโซเชียลต่าง ๆ ก็จะเปรียบเสมือนกับ สาขาย่อยนั้นเองค่ะ แต่ผลสุดท้ายแล้วคุณจะต้องส่งคนกลับไปที่เว็บไซต์ ในสมัยก่อนหน้านี้การทำเว็บไซต์ขึ้นมาได้นั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากที่สุด และ จะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายสูง และในปัจจุบัน 2021 นี้ การทำเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ แถมยังมีราคาถูกมากกว่าการที่คุณไปจ้างคนอื่นมาทำเว็บไซต์ สามารถสร้างมันได้ง่ายมาก ๆ สามารถทำได้ด้วยตนเองโดยที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้เรื่อง โค้ดดิ้งใด ๆ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาที เท่านั้น !! คุณก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองและพร้อมที่จะเริ่มต้นในการหาเงินผ่านช่องทางออนไลน์

การเริ่มต้นทำเว็บไซต์เป็นของตัวเองนั้นจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ? ซึ่งมีดังนี้

  • Doman name

Doman name คือ ชื่อที่คุณจะต้องนำไปจดทะเบียนขึ้นเป็นชื่อเว็บไซต์ของคุณ โดยะมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำแบบรายปี โดยจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณปีละ 10 – 40 เหรียญนั่นเองค่ะ และมันก็จะขึ้นอยู่กับการจด Doman name ได้อย่างไร หากมีการจดขึ้นมาแล้วคุณอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าการจดแบบโดยตรงกับโฮสต์ที่คุณจะไปเช่า แต่คุณก็จะต้องทำการชี้โดเมนจากผู้ที่เข้าใช้บริการโดยการจด โดเมนไปยัง Name Server ของโฮสต์ที่คุณไปเช่าและทำเว็บไซต์ด้วยตนเอง ซึ่งขั้นตอนนั้นจะไม่มีความยุ่งยากอย่างที่คุณคิด แต่ถ้าหากคุณเป็นนักธุรกิจมือใหม่ เราขอแนะนำว่าให้ทำการจดโดยตรงกับโฮสต์ไปก่อนสำหรับเว็บไซต์แรก ๆ

  • เว็บโฮสต์

เว็บโฮสต์ จะเป็นผู้ให้บริการ เซอร์วิส สำหรับเป็นพื้นที่ในการฝาก เว็บไซต์ และ มีการเผนแพร่ขึ้นสู่ระบบอินเตอร์เน็ต ผู้ที่ให้บริการเว็บโฮสต์นั้นจะมีอยู่หลายรายไม่ว่าจะเป็นในต่างประเทศ หรือ นอกประเทศก็ตาม นักธุรกิจมือใหม่หลาย ๆ คนอาจจะเลือกไม่ถูกว่าจะต้องใช้โฮสต์อะไรดี และในกรณีที่คุณเพิ่งเริ่มต้นสำหรับการสร้างเว็บไซต์ขนาดเล็ก โดยจะต้องใช้แพกเกจ Shared Hosting เพราะว่ามันมีราคาที่ถูก สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกกับโฮสต์ และ ประเภทของโฮสต์ คุณสามารถทำการศึกษาเพิ่มเติมได้ทันที เพื่อเป็นการตัดสินใจนั่นเองค่ะ

  • โปรแกรมทำเว็บไซต์

โปรแกรมในการสร้างเว็บไซต์ในที่นี่เรียกว่า CMS หรือ Content Management System  ที่มีผู้ให้บริการหลาย ๆ รอบ แต่บางรายการจะเป็น One-Stop และมีความสำเร็จรูปเอามาก ๆ ยกตัวอย่างเช่น Wix.com เป็นต้น แต่ทางเราขอนำเสนอเว็บ WordPress.org ซึ่งจะเป็นตัวโปรแกรมที่เป็นรูปแบบของ Open source ที่มี Developer เข้ามาร่วมพัฒนาจากทั่วทุกมุมโลกตลอดเวลา พร้อมทั้งมีศักยภาพ และ มีอิสระในการทำงานที่สูงมาก ๆ โดยจะมี Plugins ที่ใช้ทำงานร่วมกับ WordPress จำนวนมาก เพื่อช่วยให้คุณนั้นมีการพัฒนาเว็บไซต์ที่สร้างมาจาก WordPress ได้อย่างไร้ขีดจำกัด และส่วนที่สำคัญซึ่งนั้นก็คือ คุณไม่ต้องมานั่งกังวลเลยค่ะว่าจะมีความวุ่นวาย ความยุ่งยากในการติดตั้ง เพราะผู้ที่ให้บริการทาง “โฮสต์” เพราะในสมัยใหม่จะมีปุ่ม One-Click WordPress Installer ที่จะช่วยในเรื่องของการติดตั้งโปรแกรม WordPress แบบง่าย ๆ และในขั้นตอนต่อไปก็คือ การเช่าโฮสต์ การจด Doman name และติดตั้งโปรแกรม WordPress ด้วยตนเอง

  • ติดตั้ง WordPress

นี่จะคือพื้นที่บริเวณ Client Area หลังสร้างบัญชีเสร็จ ให้คุณทำการคลิ๊กที่ตรงปุ่ม Control Panel Login (cPanel)

  • ภายใน cPanel

หน้าตาของมันอาจจะมีความลึกลับซับซ้อนแต่ตลอดชีวิตของการทำงานของเว็บไซต์ นั้นคุณจะใช้เพียงแค่ไม่กี่เมนูเท่านั้น และ หนึ่งในนั้นก็คือ Softaculous App. Installer “บางโฮสต์อาจใช้ของ Mojo Installer แต่หลักการทำงานแบบเดียวกัน” ให้ทำการกดเข้าไปที่ WordPress Logo ตามภาพกดที่ปุ่ม INSTALL NOW และทำการเลือก Choose Protocol ส่วนของกรณีนี้หากคุณไม่ได้ทำการซื้อ SSL Certificate คุณก็ยังไม่สามารถเลือกอันที่มี HTTPS ได้ เพราะฉะนั้นให้คุณทำการเลือก HTTP://WWW. หรือ HTTP:// ในการทำการติดตั้ง พอหลังจากนั้นก็ให้เลือกที่ HTTP:// และทำการเลือก Doman name ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนข่องของ In Directory ไม่ต้องสนใจ ให้คุณทำการมองข้ามไปช่องอื่น ๆ โดยการใส่ข้อมูลของคุณตามลำดับได้เลยทันที และกดเข้าไปที่ Install หลังกด Install แล้วก็จะมีหน้าจอขึ้นมาว่า Completed หรือ Successful หรือ ประโยคทำนองนี้ ก็พร้อม URL ของเว็บไซต์ และ URL ของ Administrator Login page เพื่อให้ทำการจดจำข้อมูลไว้ หรือ ทำการแคปภาพหน้าจอ หรือ ทำการสร้าง Book mark เก็บไว้ ซึ่งในส่วนนี้ก็แล้วแต่ความถนัด ซึ่งส่วนนี้จะสำคัญเอามาก ๆ เลยค่ะ เพราะในบางกรณีหากคุณทำการจดโดเมนไปแล้ว ไม่ว่าจะจดจากที่ไหนก็ตามแต่ หรือจดกับทางโฮสต์ Doman name จะต้องใช้เวลาประมาณ 24 ชม.ในการ Active ตัวเอง และในระหว่างนี้หากคุณทำการคีย์ URL ของทางเว็บไซต์ และ Active ตัวเอง ซึ่งจะคล้าย ๆ ทำนองว่าเว็บเพจนี้จะไม่มีตัวตนหรืออาจจะถูกย้ายไปทำงานที่อื่น นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องตกใจเลยค่ะ ให้รอประมาณ 24 ชั่วโมง เพราะในบางครั้งก็เพียง 6 – 12 ชั่วโมง ซึ่ง URL ของคุณนั้นก็จะ Active สู่โลกออนไลน์

**สรุป**

หากทำเสร็จเรียบร้อยแล้วในการเช่าโฮสต์ การจดโดเมนเนม และการติดตั้งโปรแกรมของ WordPress WordPress และการเข้าใช้งาน WordPress Dashboard เบื้องต้น แต่มันจะละเอียดอ่อนมาก ๆ เพราะในรูปแบบของวีดีโอ นั่นเองค่ะ

ทำ SEO ยากหรือไม่ ? ที่นี้มีทำตอบสอนทำทุกขั้นตอน

หลาย ๆ คนมักจะเข้าใจผิด และ คิดกันไปเองเลยนั่นคือ การทำ SEO ขึ้นมาได้นั้นจะเป็นเรื่องเฉพาะทางที่จำเป็นที่จะต้องอาศัยในเรื่องของเครื่องมือที่มีมูลค่าราคาแง และจำเป็นที่จะต้องมีความรู้เฉพาะทาง และต้องมีการทำความเข้าใจอย่างถูกวิธีนั้นก็คือ การทำ SEO นั้นจะต้องอาศัยองค์ความรู้ต่าง ๆ คุณสามารถทำการศึกษาได้ด้วยตนเองและยังสามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่มีความซับซ้อนใด ๆ และไม่ยาก SEO ที่สำคัญของการทำ SEO จะยากหรือไม่นั้น แต่ความเป็นจริงแล้วก็จะขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมที่คุณทำธุรกิจนั้นด้วยค่ะว่าธุรกิจนั้นมีการแข่งขันที่สูงมากขนาดไหน หากมีการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงมาก แน่นอนค่ะว่าก็จะมีการแย่งชิงตำแหน่งหน้าแรกของ Google อย่างแน่นอน เพราะทุก ๆ ธุรกิจในปัจจุบัน 2021 นี้ ล้วนแล้วจะอยู่แต่โลกออนไลน์เหมือนกันทั้งหมด

เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะเริ่ม SEO ด้วยตัวเองคุณควรจะศึกษาคู่แข่งก่อนเสมอค่ะว่า เขามีการสร้างหรือทำเว็บไซต์อย่างไรถึงให้ติดลำดับหน้าแรกของ google ได้ แล้วคุณก็สามารถนำมาปรับแก้ไขเว็บไซต์ได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเนื้อหาเว็บไซต์ จะต้องเน้นไปในเรื่องของการตอบโจทย์ที่อ่านง่าย เว็บไซต์อ่านง่าย ดึงให้คนอยู่บนเว็บไซต์ของคุณให้นานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราไม่ได้บอกนะคะว่าสิ่งที่คู่แข่งของคุณทำอยู่นั้นคืออะไร โดยคุณจะต้องไปทำการศึกษาและนำมาวิเคราะห์ พลิกแพลงปรับใช้นั่นเองค่ะ

ทำไมถึงต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วย ?

ในการทำ SEO นั้นไม่ใช่เพียงแค่การเขียนคอนเทนต์ หรือทำการใส่ Key word อัพโหลดขึ้นเว็บเพื่อให้ติดอันดับหน้าแรกของ Google เพียงอย่างเดียว แต่การทำ SEO นั้นจะต้องมีกระบวนการในการเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์หลากหลายขั้นตอน โดยจะอาศัยในเรื่องของการพัฒนาปัจจัยในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายนอกเว็บไซต์

  • “On-Page” ก็จะต้องมีการจัดระเบียบ จัดการวาง Site Map การเขียนคอนเทนต์ที่มีการใส่ Key Word ซึ่งหากผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้วว่ามันเป็น Key Word ที่เหมาะสมและช่วยให้เว็บไซต์ของคุณนั้นติดขึ้นมาอยู่ที่หน้าแรกของ Google ได้ ไปจนถึงการจัดการของลิ้งค์ต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์เพื่อให้มีความสอดคล้องกัน อีกทั้งยังมีปัจจัยภายนอก
  • “Off-Page” ที่จะต้องมีลิงก์กลับเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา
  • “Backlink” ก็มีหลากหลายวิธีในการได้มา ไม่ว่าจะเป็นคนที่อ้างอิงเนื้อหาโดยการใส่ลิ้งค์ของคุณในบทความ ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งวิธีการเหล่านี้คุณจะไม่สามารถทำได้ด้วยตนเองได้ทันที เพราะว่าจะขึ้นอยู่กับคนอื่นด้วยค่ะว่าจะเขียนถึงคุณหรือไม่ และในอีกหนึ่งวิธีก็คือ การทำ Outreach หรือ วิธีการที่คุณนั้นสามารถทำคอนเทนต์ โดยการใส่ Key Word ใส่ Anchor Link แล้วทำการส่งคอนเทนต์เหล่านั้นไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วทำการส่งคอนเทนต์เหล่านั้นไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ถ้าหากต้องการให้มีประสิทธิภาพ เว็บไซต์ที่ส่งไปนั้นก็จต้องเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพด้วยเช่นกันนั่นเองค่ะ

สิ่งที่ควรพัฒนาและทำการปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO มีดังนี้

ถ้าเป็นเว็บไซต์ที่กำลังจะทำการสร้างขึ้นมาใหม่ วันนี้เราขอแนะนำค่ะว่าให้คุณทำการวาง Site Map ไว้ให้ดีตั้งแต่แรก ยกตัวอย่างเช่น การลิ้งค์ เชื่อมต่อกันระหว่างของหน้าเว็บไซต์ ไปจนถึง Key Word  ที่จะใส่ในคอนเทนต์ และในส่วนความยาวของคอนเทนต์ ในการใช้แท็กและรายละเอียดต่าง ๆ แต่ถ้าหากคุณมีเว็บไซต์เดิมอยู่แล้ว สิ่งที่คุณจะต้องเข้าไปทำการจัดการในส่วนของเรื่องแท็กต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ให้คุณเข้าไปดูว่า Title ของคุณใส่อะไรไว้ Title ของคุณใส่อะไรไว้ หรือ ไม่ <h1> ในแต่ละหน้ามีครบอยู่แล้วไหม และในแต่ละหน้านั้นมีครบอยู่ไหมและมีรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมาย แต่สิ่งเดียวเราจะไปพูดในหัวข้อถัดๆ ไป นั้นก็คือ

อย่างที่เคยได้กล่าวไปว่าการทำคอนเทนต์เพื่อเป็นการส่งออกจนคุณได้ลิ้งค์กลับมา แต่สิ่งที่ควรระวังในส่วนของเรื่องนี้เลยนั่นก๋คือ “คุณควรทำอย่างเป็นธรรมชาติ” ไม่ว่าจะเป็นการใส่ Key Word ที่ไม่ควรที่จะมีมากจนเกินไป และที่สำคัญนั่นก็คือ คุณจะต้องเน้นไปในเรื่องการให้ประโยชน์เกี่ยวกับผู้อ่านให้ได้มากที่สุด คอนเทนต์จำพวก Ever Green หรือคอนเทนต์ที่ผ่านไปนาน  5 ปีแล้วหากกลับมาอ่านก็ยังมีประโยชน์ ซึ่งจะไม่ใช่คอนเทนต์ที่เป็นไปตามกระแสหรือ ข่าวสดใหม่ ๆ จึ่งทำให้เป็นสิ่งที่ทางเราอยากจะแนะนำให้คุณทำมากที่สุดนั้นก็คือ การหลีกเลี่ยงการยัด Key Word มากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้ถูกมองว่า เป็นสแปม จนถึงระวังในการ Spin บทความ หรือ การสร้างบทความที่มีจำนวนเยอะมาก ๆ เพื่อนำไปโพสต์ต่อ แต่จะเป็นวิธีที่นำบทความหนึ่งมา ทำการตัดแปะ หัวท้ายสลับกันไปมาเพื่อให้มีความหลากหลายขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นนักเซียนทั้งหมดเหมือนบทความปกติ เพราะจะมีทั้งแบบที่คนนั้นอ่านรู้เรื่อง กับอีหนึ่งรูปแบบก็คือการใช้สำหรับให้เจ้า Bot นั้นอ่านรู้เรื่อง เท่านั้น !!

ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะเป็นช่วงแรกคุณอาจจะพบเห็นได้ว่า Rank หรือลำดับหน้าเว็บไซต์ของคุณพุ่งขึ้นได้ดีมาก แต่ในระยะยาวหาก Google อาจจะทำการตรวจสอบได้ คุณอาจจะเจอบทลงโทษที่ได้แบบไม่คุ้มเสีย เพราะฉะนั้นขอเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งเลยนะคะว่าการทำ SEO ที่ดี ก็คือการทำแบบเป็นธรรมชาติ แบบสม่ำเสมอ และ ต้องใช้เวลา

 

HTML ภาษาเว็บไซต์ที่ใครทำ SEO จะต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่ม

ในส่วนของภาษา HTML นั้นจะเป็นภาษาสากลสำหรับการเขียนเว็บไซต์ของการแสดงผลเนื้อหาบนเว็บไซต์ จะถูกไล่ตามลำดับความสำคัญของการแท็กซึ่งได้แก่ <h1> ไปจนถึง <h6> แล้วค่อย ๆ ต่อด้วย <p> หรือให้เข้าใจง่ายๆและนั่นก็คือ สิ่งที่ทุกคนนั้นสามารถมองเห็นด้วยตาซึ่งจะเป็นการเรียงลำกับของขนาดตัวหนังสือ เล็ก ใหฯ ตามระเบียบความสวยงาม แต่ในระบบนั้นก็จะทำการไล่ลำดับความสำคัญตามการแท็ก และตัวแท็กต่าง ๆ ซึ่งก็จะมีตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

head title body h1 p
head title body h1 p

แท็กต่างๆ ที่คนทำ SEO ต้องรู้

  • <head>…</head> = สำหรับกำหนดชื่อเอง ซึ่งจะมีคำสั่งแบบย่อยเป็น Title อีกหนึ่งขั้น
  • title>…</title> = แท็กนี้ก็จะเป็นคำสั่งสำหรับการกำหนดหัวชื่อเรื่องให้กับเว็บไซต์ โดยที่การที่จะใช้ได้นั้นก็ต่อเมื่ออยู่ภายใ แท็ก <head> = เท่านั้น เป็นตัวที่บ่งบอกได้เลยค่ะว่าเว็บไซต์ของคุณนั้น คือ เว็บไซตอะไร
  • <body>…</body> = แท็กที่ใช้กำหนดในส่วนชองเนื้อหาบนเว็บไซตื
  • <h1>…</h1> = แท็กกำหนดหัวข้อเนื้อหา โดยที่คุณสามารถทำการไล่เป็นลำดับชั้นได้เล็กสุดไปจนถึง <h6>
  • <p>…</p> = เป็นแท็กที่กำหนดในส่วนของเนื้อหาและมีบทความ (Paragraph)

“ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะว่าในขนาดตัวอักษร หรือ ตัวหนังสือของแท็ก <h1> จะต้องเป็นตัวที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็จะขึ้นอยู่กับว่าคุณนนั้นได้ทำการวาง Site Map เว็บไซต์เอาไว้แบบไหน เพราะคุณนั้นสามารถกำหนดขนาดตัวอักษรหนังสือของ <h1> – <h6> และในแต่ละอันนั้นก็จะมีรูปแบบ ขนาดที่แตกต่างกัน แต่ความเป็นจริงแล้วจะตั้งให้มันมีรูปแบบที่เหมือนกันและเท่ากันก็สามารถทำได้เข่นกัน แต่ไม่มีใครทำเพราะจะทำให้สับสนในตอนที่ต้องดูแล และ ปรับปรุงเว็บไซต์

เพราะฉะนั้น คุณจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนแท็กต่าง ๆ ให้เป็นระบบเสียก่อน แล้วคุณค่อยกำหนดรูปแบบของตัวอักษรหนังสือของแต่ละแท็กในภายหลัง

h1 คืออะไร
h1 คืออะไร

h1 คืออะไร 

h1 คือ แท็กบนเว็บไซต์ที่มีหน้าที่ในการแสดงหัวชื่อเรื่อง หัวข้อเรื่อง หรือ หัวข้อหลักของคอนเทนต์ที่คุณทำการใส่มันลงไป ซึ่งจะเปรียบเทียบได้ง่าย ๆ ก็จะเหมือนกับที่คุณเขียนจดหมาย h1 นั้นก็คือ ชื่อเรื่อง และรองลงมานั้นก็จะเป็น  h2 h3 ตามลำดับ แต่ถ้าเว็บไซต์นั้นไม่มีการใส่แท็ก <h1> เอาไว้ ก็จะเหมือนกับเว็บไซต์นั้น ก็จะมีแต่เนื้อหา แต่กลับไม่มีชื่อเรื่อง เพราะฉะนั้นก็จะส่งผลให้ Google ไม่สามารถรู้ได้ว่าคอนเทนต์ที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ มีความเกี่ยวข้องกับอะไร และ แน่นอนเลยนะคะว่าจะมีผลกระทบในการทำ SEO ในระยะที่ยาวพอสมควร และ h1 จะต่างจากแท็ก Title ซึ่งจะอยู่ในส่วน Header ในตรงที่ Title จะไม่ปรากฏให้เห็นในส่วนของเนื้อหาบนเว็บไซต์ แต่จะเป็นการแสดงผลบนหน้าผลลัพธ์การค้นหาของ Google และเป็นการบอก Google ว่าเว็บไซต์นี้จะเป็นเว็บไซต์อะไร ? ในส่วนของแท็ก h2 – h6 ก็จะเป็นการไล่ลำดับตามความสำคัญ ของหัวข้อทั้งหมดที่เราได้กล่าวไปตอนต้นแล้วค่ะ

เพราะฉะนั้น : หากคุณมีเนื้อหาคอนเทนต์ที่ดี พร้อมทั้งมีหัวข้อย่อยลงไปหลาย ๆ ขั้นโดยห้ามใช้แท็ก <p> หรือ Paragraph และทำการปรับขนาดตัวอักษรตามที่คุณต้องการ แต่ให้ใข้แท็ก  <h1> – <h6> ทำการกำหนดหัวข้อแทน ส่วนแท็ก <p> เอาไว้ใช้กับเนื้อหาคอนเทนต์ในส่วนของภายในเพียงแค่อย่างเดียว

ใครหลาย ๆ คนที่เข้ามาทำงานในด้านนี้ช่วงแรก ๆ มักจะเข้าใจผิด และ ทำการใช้แท็กผิดประเภทในส่วนของงานนั้นเองค่ะ ถ้าใครยังไม่รู้ การทำ SEO ด้วยตัวเองแบบง่ายๆจิ้มที่ลิ้งได้เลยสอนทุกอย่างอย่างละเอียดอ่อนนะคะ

การทำ SEO ด้วยตัวเองนั้นควร ต้องเริ่มต้นอย่างไร ?

เราเชื่อเสมอว่าในยุคปัจจุบันนี้ นักธุรกิจรุ่นใหม่ ๆ มักจะเกิดขึ้นอยู่ในทุก ๆวัน และ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ได้มีงบประมาณสำหรับการจ้างเอเจนซี่ เพื่อเข้ามาดูแลงานเหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงจะต้องมีการทำทุกอย่าง สร้างทุกอย่างด้วยตนเอง และ แน่นอนเลยค่ะว่าการทำ SEO นั้นคุณก็สามารถทำได้ด้วยตนเองโดยจะมีขั้นตอน ต่อไปนี้

วางจุดประสงค์ของการทำ SEO ของคุณให้เป็นอย่างดี

แน่นอนค่ะว่าตรงนี้จะเป็นเป้าหมายในการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณนั้นทำการไต่ลำดับ ขึ้นมาให้อยู่ในหน้าแรกของ Google ได้แต่ถ้าหากมันมีรายละเอียดที่จะต้องทำการกำหนดให้ชัดเจนและลึกไปมากกว่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ คุณต้องมีความต้องการในการสร้างเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเพื่อให้ติดหน้าแรกของ Google ไปเพื่ออะไร ยกตัวอย่างเช่น เพื่อให้คนเข้ามาอ่านข้อมูลต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์ หรือ ต้องการให้ผู้คนต่าง ๆ นั้นทำการสั่งสินค้าโดยการคลิกผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น เพราะฉะนั้นหากคุณมีจุดประสงค์ หรือ เป้าหมายที่ดี แบบชัดเจน ในส่วนของการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพต่าง ๆ ก็จะเดินไปทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบ หน้าเว็บไซต์ การปรับแต่ง UX & UI ไปจนถึงการเลือกคีย์เวิร์ด  Key Word เพื่อนำไปใส่ในคอนเทนต์ ทุกสิ่งอย่างที่เราได้กล่างวไปนั้นก็จะมีผลกับการตรวจสอบของ Google ด้วยกันทั้งหมด ทั้งสิ้น

ทำ SEO
ทำ SEO

เลือกหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการที่จะทำ SEO

อีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนจะต้องทราบนั้นก็คือ การรับทำ SEO นั้น ไม่ใช่ว่าทำเพียงแค่ครั้งเดียว แล้วเว็บของคุณก็จะดีดขึ้นไปอยู่ที่หน้าแรกของ Google ทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่แล้วที่คุณจะต้องทำกันแบบ 100% เลยนั้นก็คือจะต้องเป็นหน้าแรก หรือ Home Page แต่เว็บไซต์ธุรกิจต่าง ๆ นั้นย่อมไม่ได้มีเพียงแค่หน้าแรกหน้าเดียวเท่านั้น เพราะมันยังมีอีกหลาย ๆ หน้า ไม่ว่าจะเป็น บริการ หน้าสินค้า ติดต่อสอบถาม อื่น ๆ เป็นต้น ซึ่งหน้าเหล่านี้ ก็ต้องการการเพิ่มประสิทธิภาพและทำ SEO  เช่นกัน โดยการเลือกหน้าเว็บที่จะทำ SEO  นั้นก็ควรสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในข้อแรกของคุณร่วมด้วย

seo Audit
seo Audit

ตรวจสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์ (Audit)

หากคุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองที่เป็นแบบเดิมอยู่แล้ว สิ่งที่คุณจะต้องทำเลยนั่นก็คือ ตรวจสอบหรือ ทำ SEO Auditสิ่งต่าง ๆ ที่คุณมีว่ามันเหมาะสมกับการทำ SEO  ในปัจจุบันหรือไม่เรื่องที่ควรจะดูให้ดีเลยนั่นก็คือเรื่องของแท็กต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Page Speed หรือความเร็วหน้าเว็บไซต์ ที่จำเป็นต้องเข้าใช้งานได้อย่างเสถียร หรือ ไม่มีความหน่วงจนเดินไป ซึ่งก็ต้องไปดูตั้งแต่การวาง UX & UI ของเว็บไซต์ รวมถึงภาพต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ภาพคมชัดที่สวยงาม แต่ขนาดไฟล์ก็จะไม่หนักมากจนทำให้เว็บไซต์นั้นดาวน์โหลดช้า รวมถึงการใส่ Alt Tag ในภาพและรายละเอียดจิปาถะอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถสรุปได้แบบสั้น ๆ เลยนะคะว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ใช้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณแล้วสามารถเข้าใช้งานได้ง่าย และ ต้องอยู่บนเว็บไซต์ให้ได้นานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

content update
content update

ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาคอนเทนต์ต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์

ส่วนที่สำคัญที่ไม่ทำไม่ได้เลย เพราะในการทำ SEO ก็คือการทำให้คอนเทนต์ของคุณนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด เพราะคำว่ามีประสิทธิภาพ นั้นจะเป็นคอนเทนต์ที่จะต้องมีสาระ และ มีประโยชน์ พร้อมกับการใส่ Key Word ที่ได้มีการตรวจสอบแล้วค่ะว่า เหมาะสำหรับที่จะนำมาใช้ในการทำ SEO หรือไม่ แต่ก็จะต้องไม่ใส่จำนวนเยอะจนเกินไปนะคะ และต้องมีการศึกษาภาษาที่ผู้คนอ่านแล้วรู้เรื่องด้วย เพราะหลาย ๆ ครั้งคนที่ทำเว็บไซต์ขึ้นมานั้นมัวสนใจแต่การใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปมากๆ แต่พออ่านเข้าจริง ๆ แล้ว ก็งงตาแตก ในการจับความสำคัญของการอ่านไม่ได้ อีกหนึ่งเรื่องก็คือการแทรก Anchor Link ที่จะต้องดูให้ดีว่าลิงก์ที่คุณทำการใส่มันลงไปแล้วนั้นมีความเกี่ยวข้องกับคำ Key Word หรือไม่ Anchor Link ที่จะต้องดูให้ดีว่าลิงก์ที่ แต่พอคนคลิกเข้าไปแล้วนั้นพาไปอีกเรื่องหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความสอดคล้องกับคำ ๆ นั้นเลย คะแนนในการทำ SEO ของคุณนั้นก็จะลดลงทันที

วิเคราะห์ อัพเดทข้อมูล
วิเคราะห์ อัพเดทข้อมูล

ทำการวิเคราะห์ อัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

เมื่อมีการตรวจสอบแล้ว และ แก้ไข ปรับปรุงในส่วนต่าง ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแล้วนั้น ก็ห้ามเอาไปทิ้งไว้แค่นั้น คุณจะต้องหมั่นกลับไปอัพเดทคอนเทนต์ให้ทันยุค ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา อย่างสม่ำเสมอ เพราะข้อมูลบางอย่างนั้นก็จะไม่ได้เป็นแบบเดิมไปตลอด จะมีการปรับเปลี่ยน Key Word เพิ่มเติมเพื่อดันให้หน้าเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาหน้าแรก  ๆ จากคำอื่น ๆ บ้าง โดยจะมีการเพิ่มเนื้อหาที่มากขึ้นอาจจะใช้เครื่องมือของ Google Search Console เข้ามาช่วยดูควบคู่กันไปว่าคนที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรานั้นเข้ามาได้อย่างไรมาจากคำไหน คุณก็จะทราบทุกสถานการณ์และทำให้มันดีขึ้นมากกว่าเดิม

บทความแนะนำ: การทำ SEO นั้นมีประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจของคุณ?