สร้างเว็บไซต์ร้านค้าขายของออนไลน์ด้วยตนเอง

การสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์ยังไงให้ปังด้วยการใช้ WordPress

การสร้างเว็บไซต์ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นเครื่องมือทางการชนิดหนึ่ง ที่ช่วยในเรื่องของการทำธุรกิจผ่านโลกออนไลน์ เพื่อให้คุณประสบความสำเร็จ แต่การที่จะสร้างเว็บไซต์ ขายของผ่านทางออนไลน์ นั้นก็จะมีหลายขั้นตอนมากมายที่จะต้องทำการศึกษาเยอะพอสมควร แต่ก็ยังมีเครื่องมือในการช่วยสร้างเว็บไซต์ของคุณให้ออกมาดี และ ตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดีเยี่ยม และ นั้นก็คือ WordPress นั่นเองค่ะ

และวันนี้นิชาก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ให้คุณมีเป้าหมายตามที่คุณต้องการให้กับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้เว็บไซต์คุณนั้นติดอัดอันดับหน้าแรกบน Google นั้นเองค่ะ หรือ ที่หลาย ๆ คนรู้จักเลยนั่นก็คือ SEO ซึ่งเราขอบอกเลยค่ะว่าแค่ทำให้เว็บไซต์ออกมาสวยงามเรื่องนี้อาจจะไม่พอ แต่เว็บไซต์ของคุณจะต้องมีคุณภาพที่ดีด้วยนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเร็วในการโหลด พร้อมกับเนื้อหาที่น่าสนใจ และ น่าติดตาม รวมถึงการเข้าใช้งานได้แบบสะดวก สบายสำหรับผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ เป็นต้น

และวันนี้นิชาก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่เป็นความรู้เบื้องต้นมาบอกให้กับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ได้ทำความเข้าใจ และเรียนรู้ในเรื่องของการสร้างเว็บไซต์ในการขายของออนไลน์ ผ่านช่องทาง WordPress ให้มีคุณภาพ ซึ่งมี 10 ขั้นตอนดังนี้ค่ะ

รสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์
รสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์

ต้องรู้ค่าใช้จ่ายสำหรับการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress  

สำหรับต้นทุนที่จะต้องมีซึ่งนั้นก็คือ เงิน และ เวลา สำหรับการสร้างเว็บไซต์เพื่อให้มีคุณภาพ ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้ ค่าจดโดเมน จะอยู่ที่ประมาณ 400 – 1,000 บาท ซึ่งก็แล้วแต่ราคา เพราะมันจะมีความแตกต่างกันในการเลือกใช้งาน อาทิเช่น นามสกุล .in.th , com และ net จะอยู่ในราคาประมาณ 400 – 500 บาท , ค่าเช่า Hosting จะอยู่ที่ราคา 1,500 – 3,000 บาท , ค่าแพลตฟอร์มต่าง ๆ ถ้าหากต้องใช้ WordPress ในการทำจะไม่มีค่าใช้จ่าย , ค่าธีม ก็จะอยู่ที่ราว ๆ ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท , นามสกุล .co.th ราคาประมาณ 1,000 บาท , ค่าจ้างทำกราฟิคจะตกอยู่ที่ราคา 15,000 – 20,000 บาท ซึ่งส่วนนี้ก็จะเป็นการประเมิณค่าใช้จ่ายแบบคร่าว ๆ ที่ควรรู้เอาไว้เบื้องต้น

เครื่องมือสำหรับการสร้างเว็บไซต์
เครื่องมือสำหรับการสร้างเว็บไซต์

เครื่องมือสำหรับการสร้างเว็บไซต์นั้นจะต้องมีอะไรบ้าง ?

เครื่องมือสำหรับ เป็นตัวโปรแกรมที่เป็นสำเร็จรูปที่มีขึ้นมาเพื่อการสร้าง และ ทำการจัดการในเรื่องของเนื้อหาในโลกอินเตอร์เน็ต หรือ จะอธิบายแบบง่าย ๆ เลยนั่นก็คือ แทนที่คุณจะต้องมาทำการดาวน์โหลด โปรแกรมมาทำการสร้างและออกแบบเว็บไซต์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ ทำการเขียนโค้ด แต่ CMS นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้แบบโดยตรง ซึ่งนั้นก็แปลว่า เมื่อจะเข้าใช้งานโปรแกรมนี้

คุณก็สามารถเข้าไปใช้งานได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าใช้งานผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพียงแค่ล็อกอินเข้าสู่ระบบจัดการของ CMS เท่านั้น เพราะทาง WordPress นั้นจะเหมาะสมกับการสร้างเว็บไซต์โดยตรง แทบทุกประเภท เพียงแค่คุณทำการเลือกธีม ให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ และ ตามที่คุณต้องการ นอกจาก WordPress แล้วนั้นก็จะมีอีก 3 ตัวที่เป็นเครื่องมือ เพื่อมาทำงานร่วมกับ WordPress ซึ่งนั้นก็จะเรียกว่า Plugin ที่จะช่วยในเรื่องของการสร้างเว็บไซต์ สำหรับการขายของออนไลน์ และเครื่องมือที่ว่านี้ก็จะมี Theme , Plugin  และ Woocommerce เป็นต้น

วิธีการจด Domain
วิธีการจด Domain

วิธีการจด Domain

Domain คือ เป็นการตั้งชื่อเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อให้คุณจดจำงาน เพราะเนื่องจากไอพีแอดเดรสนั้นมันจดจำได้ยาก และเมื่อเจ้าของเว็บไซต์ทำการเปลี่ยนแปลง ไอพีแอดเดรสผู้ที่เข้าใช้งานนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรู้ หรือ จดจำไอพีแอดเดรสใหม่ แต่ยังคงต้องใช้โดเมนเนมเดิมไปต่อนั้นเองค่ะ

หลักการตั้งชื่อโดเมน หรือ ชื่อเว็บไซต์ ซึ่งจะมีดังนี้

  • ควรตั้งชื่อโดเมนให้สั้น แบบกระชับใจความ เพื่อให้จดจำได้ง่าย
  • ควรตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เท่านั้น !!
  • ตั้งชื่อให้คล้องจองกับสิ่งที่ธุรกิจคุณทำ
  • ห้ามตั้งชื่อโดเมนที่สะกด หรือ พิมพ์ยากจนเกินไป
  • ไม่ควรมีเครื่องหมายขีดอย่างเด็ดขาด
  • เลือกใช้นามสกุล .com เสมอ เพราะคนส่วนใหญ่นั้นมักจะคุ้นเคยกับคำ ๆ นี้ หรือ คุณจะใช้นามสกุลอื่นก็ได้เช่นกัน แต่ห้ามใช้นามสกุลที่มันดูแปลกจนเกินไป
  • วิธีการเลือก Hosting 

Web Hosting คือ รูปแบบในการให้บริการสำหรับผู้ที่เข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างหนึ่ง หรือจะอธิบายได้แบบง่าย ๆ เลยนั้นก็คือ พื้นที่ ที่ช่วยในการจัดเก็บรูปภาพ ไฟล์ และ ข้อมูลต่าง ๆ ฟล์ต่างๆของคุณนั้น ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำให้ประสิทธิภาพของเว็บไซต์คุณนั้นจะดีหรือไม่ Hosting ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเข้ามาใช้บริการ โฮลติ้งนั้นสิ่งที่จะต้องรู้เลยนั่นก็คือ Hosting ที่ทาง WordPress แนะนำนั้นมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นเองค่ะ

การตั้งค่า namesaver และทำ https

จะต้องเช็คค่า Nameserver ทุกโฮสติ้งจะมีเลขที่ ถ้าหากคุณอยากให้โดเมนของคุณที่จดขึ้นมานั้นแสดงที่โฮลไหน คุณก็ต้องไปตั้งค่าที่ Nameserver ก่อนค่ะ ซึ่งวิธีการเช็ค Nameserver และการตั้งค่าในส่วนของ Nameserver ก็จะมีดังนี้

  • เข้าระบบหลังบ้านของ Hostatom และหลังจากนั้นให้คุณเลือกเมนู บริการของฉัน
  • ดูตรงที่เป็นสีเขียวๆ และทำการคลิกเข้าไปที่ สินค้า/บริการที่ใช้งานอยู่
  • จะเห็นชื่อของ Nameserver ของ โฮล ที่คุณใช้งานอยู่ให้คุณทำการ copy ชื่อ Nameserver เก็บไว้ก่อน เพื่อเตรียมจะเอาไปใส่ที่โดเมน
  • เลือกเมนู โดเมนของฉัน
  • เปิดใช้งาน Let’s Encrypt เพื่อทำเว็บให้เป็น HTTPS 

HTTPS คือ การเข้ารหัสข้อมูลบนเว็บไซต์ของคุณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของความปลอดภัย คุณสามารถสังเกตเห็นว่าเว็บไหนที่มีการเข้ารหัสเอาไว้ มันจะมีการแสดงรูปแม่กุญแจไว้ที่บน Browser นั้นเองค่ะ ซึ่งก็จะมีวิธีการดังนี้

  • ให้คุณกลับไปที่หน้า Home ของ DirectAdmin
  • เลือกเมนู Advanced Features และคลิกเข้าไปเลือก SSL Certificates
  • ติ๊กเลือกเมนู Use the server’s shared signed certificate.
  • และเลือก Free & automatic certificate from Let’s Encrypt
  • ให้คุณระบุข้อมูลส่วนตัว เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสินแล้วค่ะ

และให้คุณทำการเลือกที่คุณใช้ nameservers ที่มีการกำหนดเอง โดยการเอาชื่อ nameservers ของโฮสคุณ ไปวางไว้ และทำการคลิกเปลี่ยน เรา วางลงไปครับ คลิกเปลี่ยน nameservers ให้เรียบร้อย

วิธีติดตั้ง WordPress บน Hosting
วิธีติดตั้ง WordPress บน Hosting

วิธีติดตั้ง WordPress บน Hosting

การติดตั้ง WordPress และ Hosting นั้นก็จะมีเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยที่แตกต่างกันออกไป แต่หลักการก็จะมีรูปแบบคล้าย ๆ กันโดยส่วนใหญ่ แต่ในส่วนขั้นตอนติดตั้ง WordPress บน Hosting นั้นมีอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

  • เข้าสู่ระบบหลังบ้านของโฮส
  • ทำการเลือกเมนู บริการของฉัน
  • คลิก เข้าสู่ Direct Admin ที่หน้า Home ของ Direct Admin โดยจะมีส่วนที่เป็นตัวช่วยในการติดตั้ง CMS ต่างๆ ให้คุณเข้าไปคลิกที่สัญลักษณ์ของ WordPress
  • คลิก install now เพื่อเป็นการเริ่มต้นการเข้าสู่หน้าที่คุณจะติดตั้ง WordPress
  • ให้ใส้ข้อมูลในการเริ่มต้นในการติดตั้ง WordPress บนโดเมนที่ต้องการ และ หลังจากนั้นก็ให้คุณคลิกเข้าไปที่ install
  • หลักการเลือก Theme รวมถึงการออกแบบเว็บไซต์ด้วยระดับ ด้วยพรีเมี่ยมธีม

Plugin WordPress ที่เหมาะกับการขายของออนไลน์ ซึ่งจะเป็นตัว Woocommerce นี้เองละค่ะ เพราะธีมที่ควรเลือกซึ่งก็จะมีหลักการที่สำคัญดังต่อไปนี้

  • ควรใช้ธีมที่พรีเมี่ยม หรือ ธีมที่มีการชำระเงิน เพราะว่าการใช้ธีมฟรีนั้นจะมีข้อจำกัดที่เยอะมาก ๆ และ ไม่มีความยืดหยุนใด ๆ ซึ่งจะคล้าย ๆ กับเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป ที่คุณสามารถเลือกปรับแต่งได้ตามใจลำบาก แต่หากเลือกใช้ธีมที่เสียเงิน ในเรื่องของการเข้าใช้งาน จะสามารถยืดหยุ่น ซึ่งคุณสามารถเข้าเลือกปรับได้ทุกอย่างได้แบบอิสระให้ตรงกับความต้องการที่มากกว่า พร้อมทั้งมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา และควรมีการอัพเดทให้ทันกับการเข้าใช้งานของ WordPress ในรูปแบบล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ อัพเดทตาม Woo เวอร์ชั่นล่าสุด (ver.3+) ที่มียอดขายอยู่พอสมควร และควรเลือกธีมที่มียอดขายดี เพราะว่าธีมไหนที่ไม่ค่อยมียอดขายเลย ผู้ที่สร้างธีมขึ้นมาก็จะหนุดพัฒนาธีมนั้น ๆ หรืออัพเดทธีมที่ใช้ในการรองรับ Woocommerce และ WordPress ในเวอร์ชั่นใหม่ ๆ หากมีการเลือกใช้ธีมนั้น ๆ ต่อไปละก็ ก็อาจจะมีความเสี่ยงสูงว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นจะไม่สามารถเข้าใช้งานได้เมื่อมีการอัพเดทนั้นเองค่ะ

ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์ด้วยธีมที่เป็นระดับ พรีเมี่ยมธีม เราขอแนะนำว่าเป็น Flatsome นะคะ เพราะจะเป็นธีมที่มีระบบฟังชั่นสมบูรณ์แบบซึ่งจะเหมาะสำหรับการทำเว็บไซต์ ขายของออนไลน์ หรือ ร้านค้าออนไลน์ ธีม Flatsome ซึ่งจะมีเครื่องมือที่จำเป็นในการสร้างเว็บที่แตกต่างกันออกไป หลากหลายไอเดีย สามารถเข้าใช้งานง่าย และเป็นธีมที่ขนาดเล็ก เพื่อชวนให้เว็บไซต์นั้นเปิดได้เร็วยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ

ระบบตะกร้าสินค้า Woocommerce
การสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์ยังไงให้ปังด้วยการใช้ WordPress 9

วิธีการสร้าง ระบบตะกร้าสินค้า “Woocommerce”

Woocommerce จะเป็นตัว ปลั๊กอิน ช่วยในเรื่องของการสร้างระบบร้านค้าออนไลน์ ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้ที่ใช้งานสามารถโหลดตัว ปลั๊กอินนี้มาใช้ฟรี ๆ โดยไม่มีค่ะรรมเนียมใด ๆ เพราะในปัจจุบันนี้สถิติเว็บร้านค้าออนไลน์ทั่วโลก 47% นั้นก็คือเว็บที่มีการสร้างมาจาก Woocommerce โดยใน Woocommerce จะมีรูปแบบฟีเจอร์สนับสนุนการทำงานในเรื่องของการสินค้าออนไลน์อย่างครบรูปแบบ ซึ่งจะได้แก่

  • การตั้งค่าแบบพื้นฐาน และ การติดตั้ง
  • การลงขายสินค้าประเภทต่าง ๆ
  • การสร้างฟอร์มแจ้งชำระเงิน
  • การตั้งค่าในเรื่อของการจัดส่ง
  • การจัดการ order สินค้าต่าง ๆ
  • รวมไปถึงการจัดการเรื่องการสต็อกสินค้า
  • วิธีการดูแลเว็บไซต์ให้มีความปลอดภัย
  • ต้องมีการอัพเดท WordPress , Plugin และ Theme อย่างสม่ำเสมอ
  • ห้ามตั้ง Password และ Username ง่ายจนเกินไป
  • ติดตั้งปลั๊กอินในการรักษาความปลอดภัยเท่าที่จำเป็น
  • เลือกโฮสที่มีความน่าเชื่อถือ
  • Backup ข้อมูล
  • การวัดผลด้วย Google Analytics 
 Google Search Console กับ Google Analytics
Google Search Console กับ Google Analytics

สำหรับเครื่องมือที่ช่วยในการวัดผลต่าง ๆ ก็จะมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ เลยนั้นก็คือ Google Search Console กับ Google Analytics ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ ก็จะมีลักษณะที่มีการวัดผลที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่เข้าใช้งานร่วมด้วยค่ะ

  • Google Analytics จะเป็นเครื่องมือฟรีของ Google ที่จะเป็นตัวช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้มีการเก็บข้อมูลผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับนั้นไปวิเคราะห์แก้ไข และ นำไปปรับปรุงในส่วนงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาด หรือ การซื้อโฆษณา รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ และการหาสิ่งที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้ความสนใจ ในเรื่องของสินค้า และ การให้บริการ รวมถึงเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ
  • Google Search Console จะเป็นการให้บริการฟรีของทาง Google ที่ช่วยในเรื่องของการดูสถิติคนเข้าเว็บ ที่มีการค้นหาบน Google แบบธรรมชาติ เท่านั้น จะไม่รับรวมกับ Traffic จาก Ads หรือมาจากช่องทาง Social Media นั้นเองค่ะ
ร้านค้าขายของออนไลน์
การสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์ยังไงให้ปังด้วยการใช้ WordPress 10

เป็นยังไงบ้างคะ กับการสร้างเว็บไซต์ร้านค้าขายของออนไลน์ด้วยตนเอง ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ถึงแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็ตามที่ต้องการอยากจะเป็นนักธุรกิจ หรือ จะเป็นแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ ที่อยากจะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น หากขั้นตอนไหนที่คุณมีความสงสัยคุณก็สามารถศึกษาค้นหาข้อมูลเองได้ทันที เพราะถือว่าที่กล่าวไปทั้งหมด 10 นั้นก็จะเป็นข้อมูลพื้นฐานเบื่องต้นค่ะ นอกจากความรู้พื้นฐานที่ได้กล่าวไปทั้งหมดนั้น การนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงก็เป็นสิ่งที่สำคัญเอามาก ๆ เลยนะคะ หากต้องการให้เว็บไซต์ของคุณตอบโจทย์ความต้องการในการทำธุรกิจ ก็ต้องมีการลองถูก ลองผิดกันต่อไป เพราะไม่มีหลักการไหนที่จะตรงกับความต้องการได้แบบ 100% อย่างแน่นอนค่ะ

บทความที่น่าสนใจ: การทำ SEO ให้ติดหน้าแรกของ Google ด้วยฝีมือตนเอง ฉบับย่อ 2021